สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
 
 
 
 

   

Fast and Furious 7 แอ็คชั่นรวมมิตร

  อัญชลี ชัยวรพร / 3 เมษายน. 2558
 
Share |
Print   
       
 

 

ขอบอกก่อนว่าดิฉันไม่เคยดู Fast and Furious ภาคใด ๆ ก่อนหน้านั้นนะคะ  เพราะฉะนั้นบทวิจารณ์ชิ้นนี้ขอเน้นเฉพาะสิ่งที่เห็นจากภาคที่ 7 นี้เพียงภาคเดียว  ซึ่งเมื่อดูแล้ว  บอกได้ว่านี่เป็นหนังสูตรแอ็คชั่นอเมริกันแบบธรรมดามาก  ผสมผสานสูตรสำเร็จของแอ็คชั่นหลายรูปแบบ  เน้นแต่ความหายนะของร่างกายและสิ่งของ  ความมันส์  ความรวดเร็ว  แอ็คชั่นไม่ใช่งานศิลปะในภาพยนตร์เรื่องนี้

แอ็คชั่นอเมริกันนั้น  แบ่งได้เป็นหลายรูปแบบ  ส่วนใหญ่เป็นไปตามพื้นฐานการต่อสู้และการใช้ร่างกายในฐานะพลังของการต่อสู้  แบบแรกนั้นจะเน้นร่างกายในการสร้างพละกำลัง คือ ตัวใหญ่อย่างเดียว  อย่างที่เห็นในผลงานของอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ หรือซิลเวสเตอร์ สตาโลน  ยุคหนึ่งเป็นที่นิยมมากถึงกับมีการเฟ้นหาผู้ชนะการประกวดเพาะกายหรือเล่มกล้ามให้มาเล่นหนัง  บรู๊ซ วิลลิสก็เข้าข่ายดาราแอ็คชั่นในลักษณะดังกล่าว  แต่ร่างกายไม่ใช่อาวุธต่อสู้เพียงอย่างเดียว  แต่ยังรวมไปถึงอุปกรณ์ช่วยเหลือต่าง ๆ อย่างปืนเป็นต้น  ในหนังแอ็คชั่นเหล่านี้  ร่างกายคือฐานของอำนาจ

ด้วยเหตุนี้ ดาราที่รู้จักศิลปะการต่อสู้กังฟูอย่างบรู๊ซ ลีจะโด่งดังที่นั่นมาก  ก่อนที่ ฌอง คล็อด แวน แดมม์ จะฝึกฝนศิลปะการต่อสู้เหล่านี้  จนเป็นหนึ่งในดาราฮอลลีวู้ดที่มีความสามารถเช่นเดียวกัน  จนกระทั่งวงการฮอลลีวู้ดเริ่มเปิดรับผู้กำกับและนักออกแบบศิลปการต่อสู้จากฮ่องกงเข้าไปมาก  จึงเห็นดาราฮ่องกงหลายคนไปโด่งดังที่นั่น  ทั้งเจ็ต ลีหรือเฉินหลง  ก่อนที่จะตามมาด้วยจา พนมในที่สุด

Fast & Furious 7 ผสมผสานงานอย่างหลากหลาย  ไม่ว่าจะเป็นการโชว์หุ่นที่ใหญ่โตอย่างที่เคยเห็นจากดารานักเพาะกาย   การวางแผนและชั้นเชิงอย่างที่เห็นในแม็คไกเวอร์  หรือแอ็คชั่นเน้นอุปกรณ์ช่วยเหลืออย่างเจมส์ บอนด์  ไม่ใช่แอ็คชั่นที่เน้นความสามารถทางศิลปะการต่อสู้กังฟูแบบบรู๊ซ ลีหรือจา พนม  ทั้งเรื่องจึงมีเพียงจา พนมที่มีศิลปะในการต่อสู้  แต่ศิลปะหมัดมวยของจา พนม ดูไม่จุใจ  เป็นเพียงส่วนประกอบไปอย่างน่าเสียดาย

การปะทะของรถดูจะเป็นองค์ประกอบสำคัญของผู้กำกับในการออกแบบฉากต่อสู้  โดยมิได้คิดจากความตั้งใจให้มันเป็นศิลปะ  แต่ต้องการให้มันออกมา “แรง” “เร็ว” และ “ตื่นตาตื่นใจ” (ฉากทะลุ 3 ตึกที่อาบูดาบีนี่เห็นชัด ๆ  เขาต้องการให้มันดูอลังการ  ไม่ได้ดูให้สวย  ถ้าเขาต้องการให้สวย  เขาจะไม่ทำออกมาแบบนี้  ลองนึกถึงหนังเรื่อง Drive ซึ่งเน้นการต่อสู้ด้วยรถและปืนดูสิ  เรื่องนั้นต่างหากที่เน้นการออกแบบฉากการต่อสู้จากการปะทะของรถให้สวยงาม

หนังเข้าสูตรหนังอเมริกันอย่างสมบูรณ์แบบที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นหลัก  ตัวละครทุกตัวมีตัวตนอย่างชัดเจน  และทำทุกอย่างเพื่อนำไปสู่ความสงบสุขของครอบครัว  ซึ่งผิดจากหนังแอ็คชั่นทางฮ่องกงยุคแรก ๆ ที่ตัวละครมักเป็นนักฆ่าไม่มีตัวตน  ต้องหลบซ่อนอยู่เสมอ 

จุดดีของหนังเรื่องนี้ในฐานะคนไทย  ก็ต้องบอกว่าฉากการต่อสู้ของจา พนม นั่นแหล่ะ  มันเต็มไปด้วยความหมายและงดงาม  แต่มันสั้นมาก 

อีกจุดหนึ่งคือความผูกพันแบบเพื่อน  ซึ่งไม่ค่อยเห็นนักในหนังแอ็คชั่น  ชวนให้คิดว่ามีลักษณะแบบหนังแก๊งค์สเตอร์อยู่นิด ๆ  เพียงแต่ว่าได้ปรับมาเน้นความสำคัญแบบเพื่อนและพี่น้องกันเสียมากกว่า 
   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.