สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
 
 
 
 

   
การเมืองเรื่องเปลื้องผ้า เอ็กซิสตองค์ และมิติที่หายไป ใน จันดารา ปฐมบท
  อัญชลี ชัยวรพร / 6 กันยายน 2555
  LINK : ข้อมูลหนัง
  จันดารา ปัจฉิมบท กับโศกนาฏกรรมกรีกอันล้มเหลว
 
Share |
Print   
       
 

“เราไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในตอนนั้น ที่ทำให้ผู้คนในบ้านหลังหนึ่งใช้กามารมณ์เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ คนที่บ้านวิสนันท์ดูเหมือนเป็นคนทันสมัยที่มีความเสรีในเรื่องเพศ แต่แท้ที่จริงแล้วโลกของบ้านวิสนันท์เป็นสังคมปิดที่ไม่เคยมีการคบหากับคนภายนอก และเมื่อดูหนังแล้ว เรามองไม่ออกเลยว่าผู้ประพันธ์ซ่อนความหมายอะไรอยู่ เป็นการต่อต้านความทันสมัยที่เริ่มแผ่ขยายเข้ามาในไทยในช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือเป็นเพียงบอกนัยทางสังคมในตอนนั้น”

วรรคจบในบทวิจารณ์ภาพยนตร์ “จันดารา” เมื่อปี 2544 ของดิฉัน ทิ้งท้ายด้วยความสงสัยว่า อุษณา เพลิงธรรม อาจจะซ่อนนัยทางการเมืองในช่วงสมัย 2475 ในงานอื้อฉาวของตน ซึ่งภาพยนตร์ฉบับนนทรีย์ นิมิบุตร ได้ตัดออกไปทั้งหมด แต่เพราะงานได้เก็บบรรยากาศและธีมหลักที่เคารพต้นฉบับอยู่ค่อนข้างสูง จึงทำให้ภาวะแฝงทางการเมืองก็ยังเล็ดลอดออกมาให้เห็น

และด้วยความเชื่อส่วนตัวว่านักเขียนนวนิยายไทยรุ่นเก่าหลายท่าน ล้วนซ่อนมุมมองทางการเมืองไว้ในบทประพันธ์ที่ภายนอกดูเหมือนจะไม่มีอะไร ไม่ว่าจะเป็น “ข้างหลังภาพ” ของศรีบูรพา …. ดิฉันจึงเชื่อว่า จันดารา ต้องมีนัยทางการเมืองบางอย่างซ่อนอยู่

เมื่อตัดสินใจอ่านต้นฉบับอีกครั้ง พบว่าความคิดของตนเองนั้นมาถูกทาง

แม้ว่างานต้นฉบับจะกล่าวถึงเหตุการณ์ทางการเมืองเพียง 2 ครั้ง จันดารา แท้ที่จริงแล้วเป็นบทประพันธ์ที่อุษณา เพลิงธรรม ได้วิพากษ์สังคมคนชนชั้นสูงในช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ซึ่งไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงในสมัยนั้น โดยแสดงผ่านตัวละครในบ้านวิสนันท์ซึ่งเป็นสังคมปิด คนในบ้านไม่เคยออกมาข้างนอก เท่ากับที่แทบไม่มีคนภายนอกเข้า-ออกในบ้านหลังนี้ ทุกคนต่างติดบ่วงอยู่ที่นี่

มันเป็นสังคมที่พ่อหรือชายเป็นใหญ่ (patriarchal society) โดยให้พ่อหรือหลวงวิสนันท์เดชาเป็นผู้เถลิงอำนาจเพื่อตอบสนองความต้องการทางกามารมณ์ของตน

เมื่อพ่อเป็นแบบนี้ ก็ไม่แปลกใจที่ลูกบ้านจะทำตาม และไม่แปลกใจที่ความคิดเชิงอำนาจนิยมจะเป็นที่ยอมรับทั้งตัวพ่อและลูกบ้าน ทั้งเจ้านายและไพร่

รวมทั้งการใช้เซ็กส์เป็นเครื่องมือต่อรองอำนาจทางการเมืองของตัวละครหลายตัว

 


เกิดอะไรขึ้นกับ จันดารา ปฐมบท ของ มล. พันธุ์เทวนพ เทวกุล

ใน จันดารา ฉบับล่าสุด มีการตีความใหม่อยู่หลายประเด็น บางเรื่องน่าจะเกิดจากเจตนาของผู้กำกับ และบางเรื่องน่าจะเกิดเพราะปัจจัยบางอย่างที่เหนือความคาดหมาย อาทิ การไม่ยอมโชว์เปลือยของมาริโอ้

นัยทางการเมืองในงานต้นฉบับ ถูกนำมาเปิดเผยให้เห็นอย่างเด่นชัด ด้วยการเชื่อมโยงเหตุการณ์ทางการเมืองโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการปฏิวัติ 2475 และถูกนำมาเป็นชนวนให้จัน ดารา ได้พบกับไฮซินธ์เป็นครั้งแรก รวมทั้งการกำหนดให้หลวงวิสนันท์เดชายังรับราชการต่อ มิได้ลาออกหลังจากที่เมียคลอดลูกตาย

มีการเอ่ยถึงเจ้ากับหลวงประดิษฐ์มนูธรรมอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับทัศนคติของคนในบ้านวิสนันท์ที่สนับสนุนระบบความคิดแบบเก่า ไม่ว่าจะเป็น จัน ดารา หรือ ไพร่อย่างเคน กระทิงทอง

หลวงวิสนันท์เดชากลายเป็นตัวแทนของชนชั้นปกครองสูงที่คลั่งอำนาจอย่างเต็มรูปแบบ ความคิดไม่เคยเปลี่ยนและสนับสนุนระบบอำนาจนิยมเต็มร้อย

เขากลายเป็นพวกโรคจิตที่ใช้อวัยวะเพศของตนในการแสดงอำนาจทั้งในที่ลับและที่แจ้ง เป็น exhibitionist ที่เอะอะก็เปิดผ้านุ่ง โชว์อวัยวะเพศของตน ตั้งแต่บทโหมโรงกับบ่าวลักเพศ ซึ่งต่อมาเป็น นัง / ไอ้นกต่อที่คอยหาไพร่และไม่ไพร่มาปรนเปรอคุณหลวง รวมถึงการนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการขับไล่ “ผู้ใหญ่” (คุณท้าวพิจิตรรักษา สตรีชราผู้ทรงอำนาจที่จะค้ำจุนบ้านวิสนันท์)

ข้างฝ่ายจัน ดารา ก็ถูกวางบทให้เป็นเหยื่ออย่างเต็มที่ จันกลายเป็นเด็กดีที่เต็มไปด้วยปมโอดิปุสในใจ เด็กขาดความอบอุ่นจากทั้งพ่อและแม่ การโหยหาไออุ่นจากอกของน้าวาดหรือฉากโหมโรงที่นำไปสู่ความสัมพันธ์กับคุณบุญเลื่อง ล้วนเป็นภาวะความต้องการส่วนลึกของเด็กขาดแม่ ยิ่งการเพิ่มเติมแบ็คกราวนด์่ของคุณบุญเลื่องที่มีส่วนคล้ายกับจันในเรื่องรสนิยมแล้ว มันมีเหตุผลเพียงพอที่จะให้เหตุผลว่าทำไมเขาถึงชอบคุณบุญเลื่อง ยังไม่รวมไปถึงหญิงคนรักที็มีหน้าตาไปละม้ายคล้ายแม่เสียอีก จันเป็นเหยื่อทั้ง “ใน” และ “นอก” บ้าน และจันไม่เคยมีความคิดที่จะขบถต่อ “พ่อ” ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุการณ์ในตอนจบที่ภาคปฐมบท

บ่าวและไพร่ในบ้านวิสนันท์ ต่างเพลิดเพลินกับการเสพกามารมณ์อย่างสุดขีด จนคนดูบางท่านเอ่ยอย่างขำขันว่าบ้านนี้ติดเชื้อไวรัสกามารมณ์ ทุกคนในบ้านต่างเพลิดเพลินใจกับการเสพเซกส์อย่างไร้ขอบเขต ไม่ว่าจะเป็นบ่าวหรือไพร่ แม้แต่แขกฝรั่งที่มาในงาน ก็ยังไปแอบนอนกับเจ้าเคนเสียอีก

ซกส์และกามารมณ์ในจันดาราไร้ขอบเขต กลุ่มลักเพศไม่ได้มีแต่ตัวละครหลักตัวหนึ่งเพียงอย่างเดียว (ยังไม่แสดงให้เห็นในภาคปฐมบท) แต่ยังรวมไปถึงคุณหลวงเอง หรือแม้แต่โจรห้าร้อย

ประเด็นที่น่าสนใจคือการย้ายฐานอำนาจจากมือหญิงมาสู่ชาย แต่เดิมนั้นบทคุณท้าวพิจิตรรักษานั้นไม่มี มีแต่คุณตา ทำให้ไม่เห็นการย้ายฐานอำนาจทางเพศในงานต้นฉบับ แต่เพราะหม่อมน้อยได้เปลี่ยนให้บทญาติผู้ใหญ่คนเดียวในเรื่องเป็นหญิง ดังนั้นภาพฐานอำนาจก่อนจันเกิดนั้นอยู่ในอุ้งมือของผู้หญิง ซึ่งเต็มไปด้วยความสงบสุข

 

 

จนกระทั่งเกิดการใช้ฐานอำนาจของชายคนแรก คือ เจ้าจอม ชู้รักของคุณวาดที่ข่มเหงแม่ของจัน ในเรื่องที่อ่อนแอที่สุดของผู้หญิง หลังจากนั้นฐานอำนาจของผู้หญิงก็ถูกลิดรอนไปอยู่ในอุ้งมือชายตลอดอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ผู้หญิงอย่างคุณท้าวไม่อยู่บ้าน ต้องไปต่างประเทศ อำนาจของบ้านจึงถูกครอบงำโดยมือชายอย่างสมบูรณ์แบบ

ทั้งหมดนี้มันคือการสะท้อนให้เห็นสังคมไทยร่วมสมัย ไม่ใช่เพียง 2475 เท่านั้น


สิ่งที่ขาดหายไป

เสน่ห์ของโลกปิดในจันดาราหายไปอย่างสิ้นเชิง บ้านวิสนันท์ไม่ใช่สังคมปิดอีกต่อไป แต่เป็นสังคมฟุ้งเฟ้อของชนชั้นสูง ฟุ่มเฟือยการใช้ชีวิตทั้งในที่ร่มและที่แจ้ง แทบทุกตัวละครในบ้านล้วนมีสังคมข้างนอก

คุณหลวงไม่ได้ปิดตัวอยู่แต่ในบ้านต่อไป เขายังรับราชการต่อไป เข้าใจว่าเป็นกรมวัง และการดึงคุณบุญเลื่องเข้ามาในบ้าน ก็เพราะผลประโยชน์ อันเนื่องมาจากกิจการของเธอ

คุณท้าวพิจิตรรักษา ก็เป็นนายคนที่มีเหตุต้องเดินทางไปต่างประเทศถึงสองสามเดือน คุณแก้วไม่ได้มีแต่โลกของโรงเรียนประจำกับบ้านเหมือนอย่างเดิม

ในฉบับดั้งเดิมมีเพียง จัน และ เคนเท่านั้นที่มีสังคมข้างนอกอย่างเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นการหว่านเสน่ห์กับแม่ค้ากลุ่มต่าง ๆ ของเคน การพาบุคคลในบ้านไปปรนเปรอชายข้างนอก หรือการไปเรียนหนังสือและเถลไถลกลับบ้านดึกของจัน

บริบททางสังคมที่เปลี่ยนไป ทำให้ความคิดและพฤติกรรมอันสุดโต่งของตัวละครอย่างคุณหลวง เกิดขึ้นเพราะ “สันดาน” ไม่ใช่เพราะโศกนาฎกรรมส่วนบุคคล   จนลามเป็นโรคระบาดทางกามารมณ์ไปทั่วบ้าน พร่ก็สนุกสนานกับความต้องการของเจ้านาย

ทุกตัวละครในบ้านวิสนันท์ไม่ได้ติดอยู่ในบ่วงของโศกนาฏกรรมตนเองอีกต่อไป ไม่ได้ดูน่าเห็นใจ น่าสงสาร แม้แต่ตัวคุณหลวงเอง ซึ่งต้นฉบับทำให้เห็นความดีในความรักที่เขามีต่อแม่ของจัน ดารา จนถึงกับออกจากราชการและปิดตัวเองอยู่แต่ในบ้านวิสนันท์

ความคิดในเรื่องเสรีภาพของปัจเจกชนหรืออัตถิภวนิยม (existentialism) ของฌองค์ ปอล ซาร์ตซึ่งแพร่หลายทั้งในฉากเบื้องหลังของจันดารา (2475) และผู้แต่งอุษณีย์ เพลิงธรรม (2507) หายไปอย่างสิ้นเชิง ในงานต้นฉบับนั้น จันสงสัยมาตลอดว่าตัวเองไม่ใช่ลูกของคุณหลวง และการใช้เซ็กส์ในช่วงวัยรุ่นของเขานั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากความต้องการที่จะ “ขบถ” ต่อคุณหลวง เพียงแต่ว่าเขาจะไม่นอนกับลูกคุณหลวงที่เกิดกับไพร่ เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีเชื้อสายร่วมบิดาเดียวกันหรือไม่ ความสัมพันธ์ของเขากับคุณบุญเลื่องก็เกิดขึ้นก่อนจะออกจากบ้าน ด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่เพื่อไปทวงสมุดภาพวาด

และเมื่อจันรู้แน่ชัดว่าเขาไม่ใช่ลูกคุณหลวง เขาเกือบจะถูกฆ่าตาย ถ้าไม่ใช่ว่าเขากล้าออกมายืนประจัญหน้าและด่าคุณหลวง 3 คำ

จันในหนังสือเป็นนักอัตถิภวนิยมอย่างเต็มรูปแบบ แม้จะมีเจ้าเคนเป็นเพื่อน แต่ก็เพียงไม่กี่ปี (ในต้นฉบับ เคนมาอยู่กับจันเมื่อโตแล้ว) และเมื่อจันต้องหนีไปอยู่กับคุณยายหลวงนั้น เขาไปเพียงคนเดียว และไม่เคยพบเคนอีกเลยหลังจากนั้น

ยิ่งเมื่ออยู่คนเดียวที่พิจิตร ภาวะปัีจเจกชนยิ่งแสดงให้เห็นเด่นชัดขึ้น

เพียงแต่ว่า บนเส้นทางการเป็นนักอัตถิภวนิยมของจันมันไม่ต่อเนื่อง ต่อมาจันก็ใช้วิธีเดียวกับศัตรูตลอดกาลของตน เพื่อแก้แค้น ซึ่งนำไปสู่โศกนาฎกรรมในบั้นปลายของชีวิต

 

 

ในเชิงภาพยนตร์

ในการหวนกลับคืนมากำกับหนังของหม่อมน้อย ซึ่งมักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากเด็กรุ่นใหม่เสมอในเรื่องความฟุ้งเฟ้อทางภาพ ทัศนะอนุรักษ์ และรูปแบบภาพยนตร์ที่ติดละครเวที จันดารา ปฐมบท น่าจะเป็นงานชิ้นที่เด็กรุ่นใหม่ยอมรับขึ้น

หม่อมน้อยเริ่มสลัดกรอบละครเวทีที่เขาติดและนำมาใช้ในผลงานภาพยนตร์ยุคหลัง ไม่ว่าจะเป็น ชั่วฟ้าดินสลาย หรือ อุโมงค์ผาเมือง

จันดารา ปฐมบท เริ่มมีการใช้ภาษาทางภาพยนตร์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมุมกล้องที่แสดงภาวะกดขี่และการเถลิงอำนาจของคุณหลวง การตัดต่อที่แสดงให้เห็นปมโอดิปัสกับภาพติดตาบางภาพในใจของจัน

รวมทั้งการออกแบบเครื่องแต่งกายหรือดนตรีประกอบ ล้วนอยู่ในระดับคุณภาพ แต่จะสมเหตุสมผลหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

องค์ประกอบศิลป์และการออกแบบเครื่องแต่งกายต่าง ๆ ล้วนสนับสนุนความฟุ้งเฟ้อและสถานภาพความเป็นชนชั้นสูงของประเทศไทย ไม่ใช่เป็นเพียงเศรษฐีธรรมดา แต่เป็นคนที่มีความสัมพันธ์สนิทชิดเชื้อกับคนในวังด้วยซ้ำ

และความฟุ่มเฟือยนั้นบางครั้งก็ไปอยู่ที่กลุ่มคนธรรมดา เสื้อผ้าที่เคนใส่บางครั้งก็ดีเกินจะเป็นเพียงไพร่ในบ้านวิสนันท์ รวมทั้งจอม แฟนของน้าวาดนั้น ก็ถูกปรับฐานะให้เป็นคนในตระกูลที่ไม่ถูกกัน ไม่ใช่เป็นเพียงนักเลงธรรมดา ดังนั้นลุคของจอมนั้นไม่ได้เป็นนักเลงหัวไม้แบบที่เราคุ้นเคย แต่เป็นโจรแบบที่เห็นในฟ้าทะลายโจร บางภาพก็ชวนให้นึกไปถึงซอร์โรด้วยซ้ำ

ส่วนทางด้านการแสดงนั้น บงกช คงมาลัยและนิว ชัยพล ผู้รับบทเป็นน้าวาดและเคนทำหน้าที่ได้ดีที่สุด ดิฉันรู้สึกว่าเมื่อมาริโอ้มีข้อแม้ว่าจะไม่เล่นโป๊และเปลือย ภาพจัน ดาราที่บ้าบิ่นและห่ามนั้นถูกโยนไปใส่ไว้ที่เคนทั้งหมด เมื่อรวมกับแคแรกเตอร์เดิมของเคนแล้ว ทำให้ผู้ชมหลายคนเห็นว่าผลงานเรื่องนี้น่าจะเปลี่ยนเป็นเรื่อง เคน กระทงทองแทน ซึ่งนิวก็ทำหน้าที่ได้ดี

มาริโอ้ ซึ่งถูกมองว่าไม่เหมาะสมตั้งแต่แรกนั้น แต่จากบทของจันที่ถูกปรับเปลี่ยนไปเป็นคนน่าสงสาร ทำให้มาริโอ้ทำหน้าที่ได้ดีเกินกว่าที่คิดไว้ หลังจาก “รักแห่งสยาม” มาริโอ้ก็เล่นบทนี้ได้ดีที่สุดล่ะค่ะ ไม่เละเทะเหมือนกับผลงานระหว่างทาง

ส่วนบทคุณบุญเลื่องนั้น ภาคแรกนั้นยังไม่มีอะไร ประกอบกับการติดภาพว่าเธอยังไม่เหมาะ ก็เลยชวนให้เห็นว่าเธอแก่แต่เพียงการแต่งหน้าเท่านั้น ยังไม่เห็นอะไรที่สมวัยเท่าที่ควร

ผิดหวังก็คือบทคุณหลวงกับโช ซึ่งภาคที่แล้วแสดงโดยสันติสุขและเมย์ ภัทรวรินทร์นั้น บทคุณหลวงถูกเปลี่ยนไปให้กลายเป็นคนบ้าอำนาจแบบไม่มีภูมิหลัง ก็เลยทำให้รู้สึกว่าคุณหลวงจากสันติสุขมีมิติมากกว่า ซึ่งกว่าจะกร่นด่า “จัญไร” แต่ละคำ มันแฝงความคิดเบื้องหลังทั้งหมด

ส่วนโชนั้น ยังไปไม่ได้ไกลไม่ว่าจะกรณีใด ๆ โชใหม่เกินกว่าจะรับบทนี้ แถมเสียงพากย์ของนัท มีเรีย ก็ดูไม่เข้ากันอีก

ความฟุ่มเฟือยทางอารมณ์และองค์ประกอบในเรื่อง ทำให้หลาย ๆ ตอนดูไม่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะฉากหลังที่เป็นเหตุให้จันต้องออกจากบ้าน ร้อยทั้งร้อยของคนดูต่างหัวเราะฉากนี้กันหมด

จันดารา ปฐมบท อาจจะมีการตีความใหม่ที่น่าสนใจ และกล้าที่จะเอ่ยบางประเด็นทางการเมืองมากขึ้น ซึ่งคนที่ไม่เคยอ่านต้นฉบับอาจจะตื่นเต้นกับความกล้าล่าสุด แต่ดิฉันชอบการเล่าเรื่องแบบแอบซ่อนของอุษณา เพลิงธรรมมากกว่า และเมื่อนนทรีย์ได้รักษาบรรยากาศต้นฉบับไว้ค่อนข้างสูง ก็เลยทำให้มิติการเมืองถูกแอบซ่อนไว้ไปด้วย

ดิฉันชอบมิติการตีความในปมโอดิปุสของจันฉบับใหม่ ชอบประเด็นการย้ายฐานอำนาจจากมือหญิงมาสู่ชาย จนทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านหลังหนึ่ง แต่ประเด็นแบ็คกราวด์เบื้องหลังของตัวละครนั้น ไม่ละเอียดอ่อนพอ ยกเว้นก็ตัวจันคนเดียว

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นโศกนาฏกรรมของตัวละครทุกตัว ไม่ใช่สันดานและความบ้าของใครคนหนึ่ง

ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดหายไปใน จันดาราปฐมบท


   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.