สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
 
 
 
 

   
ดูไปบ่นไป คืนวันเสาร์ ถึงเช้าวันจันทร์
 

เช้าวันจันทร์ 13 สิงหาคม 2555 / ณ๊อบ ศฐาณพงศ์ ลิ้มวงษ์ทอง

  LINK : ข้อมูลหนัง
 
Share |
Print   
 

 

“บางทีการทนเหงา อาจดีกว่าการทนเศร้า” คำพูดสะกิดใจของ ชวด (วรเวช ดานุวงศ์) หนุ่มโสดจอมทะเล้น ครีเอทีฟประจำรายการเรียลลิตี้ตามชีวิตสุนัข24ชั่วโมง ได้บังเอิญหรือสวรรค์ลิขิตให้ปิ๊งสาวสวย ขาว สูงเพรียว สเปคในฝันของหนุ่มหลายคนอย่าง หลิว (นีรนาท วิคทอเรีย โคทส์) พิธีกรพราวเสน่ห์ประจำรายการผีในเครือบริษัทเดียวกัน เขาได้รับการช่วยเหลือจาก เพ็ญ (อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา) ประชาสัมพันธ์สาว เพื่อนสนิทของหลิวเป็นผู้สื่อรักครั้งนี้ให้ แต่ไหนความรู้สึกบางอย่างกลับก่อตัวขึ้น จากความเป็นไปในวันที่ชวดและเพ็ญใกล้กัน ทั้งคู่ต่างเก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้ในส่วนลึกของหัวใจโดยไม่มีถ้อยคำใดๆ เพราะเพ็ญยังมี ปกป้อง (กวี ตันจรารักษ์) แฟนหนุ่มสุดเนียบอยู่ข้างกาย เหมือนสนามแม่เหล็กของพรหมลิขิตได้ดึงทั้งคู่ให้มาเจอกันผิดเวลา

คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์ ภาพยนตร์แนวโรแมนติคคอมเมดี้ ผลงานกำกับครั้งแรกของ วรเดช ดานุวงศ์ หรือ แดน ดีทูบี นักร้องนักแสดงมากฝีมือรุ่นใหม่ ภายใต้การดูแลของสหมงคลฟิล์ม ผมออกตัวแรงๆ ก่อนเลยว่าชื่นชมกับความสามารถของศิลปินผู้นี้อยู่พอควร เพราะสมัยที่ยังเป็นนักร้องกลุ่มผู้ชาย (boy band) เขาเข้ามาในจังหวะที่พูดได้ว่าศิลปินหน้าใหม่ยุคนั้นเริ่มเน้นขายหน้าตามากกว่าเสียง แต่สำหรับเขาสามารถทำหน้าที่นักร้องได้เป็นอย่างดี จนวันนี้เขากลายเป็นคนเพลงคุณภาพทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังอีกคนหนึ่งประดับวงการ และถ้ายังไม่ลืมเขายังอยู่ทำเนียบพระเอกร้อยล้านจากภาพยนตร์เรื่อง แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า, 2549 และ 32 ธันวา, 2552 ด้วย

ในส่วนของภาพยนตร์เรื่องนี้ เริ่มจากการแสดงของตัวละครชวดและเพ็ญในฉากมุขตลก ผมมองว่านักแสดงพยายามกันมากเกินไป จนเยอะเกิน สีหน้าการแสดงท่าทางจึงดูไม่สอดคล้องกับการดำเนินเรื่อง แต่ในฉากที่ต้องใช้อารมณ์เศร้าหรือความรู้สึกจากข้างใน ตัวละครสื่อออกมาได้ดี โดยเฉพาะฉากที่ชวดได้แอบเผยความรู้สึกในใจกับเพ็ญตรงระเบียงบ้านคุณยายของชวด แววตาของตัวละครสะกดให้เห็นถึงความรู้สึกอย่างจริงใจ “ทุกสิ่งที่คุณเป็น มันคือทุกอย่างในเหตุผลของผม”

 

 

หน้าหนังดูมีเสน่ห์และกลิ่นอายที่ชัดเจน แต่ภายในยังขาดพลังความเชื่ออย่างมาก ซึ่งเกิดจากการให้เวลากับตัวละครรวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่น้อยเกินไป ส่วนตัวผมมองว่าไม่ผิดเลยที่ชวดจะตกหลุมรักเพ็ญอย่างหมดใจหรือทั้งคู่สามารถสัมผัสหัวใจกันได้ในเวลาอันสั้น แต่มันต้องแสดงให้เห็นเรื่องราวที่มากขึ้น เพื่อที่จะเชื่อมโยงที่มาของความรู้สึกของทั้งคู่ได้ แม้ระยะเวลาตั้งแต่แรกพบของชวดและเพ็ญจนถึงวันที่ชวดเผยความรู้สึกอาจจะดูสั้นๆ ก็ตาม หากมองว่าบางทีเหตุอาจเกิดจากความเหงาหรือไม่ ประเด็นนี้ตัดทิ้งไปได้เลย เพราะสิ่งที่ผู้กำกับปูเรื่องมาตอนต้นคือ ชีวิตของเพ็ญอาจจะดูลงตัวทุกอย่าง แต่เธอได้มาค้นพบว่าชีวิตยังมีอะไรที่ทำให้เธอมีความสุขได้มากกว่าอีก การที่เธอต้องปิดบังหรือโกหกแฟนเธอต่างๆ นานา นั่นแหละคือสิ่งที่เธอกำลังทำตามหัวใจ และด้วยคาแรคเตอร์ของตัวละครแต่ละตัวแล้วล้วนมีความจริงจังทั้งสิ้น

สิ่งต่อมาที่แอบขัดไปบ้างคือ บทพูดของตัวละครในหลายช่วงหลายตอน หลายครั้งเน้นมุขตลกจนเกินไป ทำให้การสื่อสารทางอารมณ์ผิดเพี้ยนจากที่ควรจะเป็น เรื่องโครงเรื่องแม้จะวางเป็นลำดับได้อย่างดี แต่การเล่าเรื่องยังมีปัญหาในช่วงท้าย โดยเฉพาะฉากที่หลิวนั่งคุยกับเพ็ญในร้านอาหารซึ่งสามารถเกิดประเด็นทำให้คนดูคิดว่า ตกลงที่ผ่านมาชวดตั้งใจจีบหลิวแต่แรกรึเปล่า? หรือเพียงแค่ต้องการอยู่ใกล้กับเพ็ญ? ผู้กำกับต้องตัดภาพหรือทำอะไรให้มากกว่า เพื่อให้ฉากดูลื่นไหลมากขึ้น และเช่นเคยบทพูดการสนทนาระหว่างหลิวกับเพ็ญยังคงมีปัญหา

ภาพของหนังค่อนข้างน่าผิดหวัง เพราะฉากปรกติที่ไม่ได้มีอะไรกลับเบลอหรือหลุดโฟกัสไปเฉยๆ ทำให้อารมณ์การรับชมต้องหลุดตามไปทุกครั้งที่กล้องเคลื่อนไหว ความต่อเนื่องของภาพยนตร์ก็เกิดปัญหาอย่างชัดเจน ซึ่งส่วนนี้เป็นเรื่องของระหว่างการทำงานถ่ายทำ ปัญหาทั้งหลายที่กล่าวมาคงไม่ใช่เพราะผู้กำกับหน้าใหม่คนนี้ไม่มีความสามารถ แต่คงเป็นเรื่องของความเก๋าและประสบการณ์มากกว่า

มนต์เสน่ห์ใน คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์ คือหนึ่ง “เพลง” นอกจากมีเนื้อหาที่สอดคล้องกับเนื้อเรื่องแล้ว น้ำเสียงของนักร้อง (ซิน Singular) และจังหวะดนตรีไพเราะช่วยส่งเสริมอารมณ์ร่วมอย่างมาก สองคือ “การคัดเลือกนักแสดง” ได้เหมาะสมกับคาแรคเตอร์ตัวละคร รวมทั้งนักแสดงประกอบที่สร้างสีสันให้กับหนัง สาม “รายละเอียดเล็กๆ” เช่น เรื่องตู้กดน้ำ, เกมการพูดเรื่องไม่จริงกับเพื่อนที่จากไปนาน, สมุดบันทึกของคุณยาย เป็นต้น และสุดท้าย “ความฉลาดของเรื่อง” สำหรับผมการเขียนเรื่องแนวนี้ ทิศทางการดำเนินเรื่องจะเขียนยากมากโดยเฉพาะจุดจบของเรื่อง ซึ่งวรเดช ผู้กำกับเลือกจุดจบได้อย่างลงตัว “ให้เป็นความคิดถึง แม้นานเท่าไหร่ เธอจะอยู่ในใจ เป็นเรื่องจริงในความทรงจำ”

สำหรับผมแล้ว คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์ คือหนังที่เล่าเรื่องของ คนที่ใช่ ในวันที่ผิด ออกมาได้อย่างสนุก ไม่ต้องซีเรียสอะไรมากนัก เพราะอย่างไรก็ตามชีวิตต้องก้าวเดินต่อไป อย่ามัวจมกับความทุกข์ รู้จักปล่อยวางไม่ยึดติด เหมือนคำพูดของ ตูน Bodyslam ที่ว่า “ความรัก ไม่ว่าจะจบลงยังไง หากมันเกิดขึ้นแล้ว มันสวยงามเสมอ”


   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.