สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
 
 
 
 

   

ฺBrave กล้าหยุดโลก : ความเหมือนกับความต่างจาก ต้มยำกุ้ง

  ณัฎฐ์ธร กังวาลไกล / 15 พฤศจิกายน 2550
  ©thaicinema.org
   
 

 

เชื่อได้เลยว่าจะต้องมีคนอดไม่ได้เมื่อเห็นตัวอย่างของหนังหรือโปสเตอร์หนังเรื่อง Brave กล้า หยุด โลก   จะต้องเอาไปเปรียบเทียบกับรุ่นพี่ในหนังประเภทเดียวกันอย่าง “องค์บาก” หรือ “ต้มยำกุ้ง”  แต่ถ้าถามว่าเรื่องไหนเหมาะจะเปรียบเทียบได้มากที่สุด ก็น่าจะเป็น “ต้มยำกุ้ง”

ประการแรกในส่วนของความเหมือน ก็คือในส่วนของนักแสดง  ทั้งคู่ต่างดึงคู่หูพระเอกที่เป็นเหมือนตลกตามพระ   อีกทั้งนักแสดงหลายๆ คนในเรื่องยังเป็นชาวต่างชาติ รวมถึงความพยายามที่จะมีฉากแอ็คชั่นมุ่งหวังให้คนดูทึ่งเหมือนๆ กัน

เพราะเป้าหมายใหญ่คือฉากแอ็คชั่น  ความสมจริงเป็นเหตุเป็นผลในบทภาพยนตร์ก็ถูกลดความสำคัญลงไป  เหลือหน้าที่เป็นแค่เพียงเครื่องมือที่จะพาตัวละครไปสู่การต่อสู้เท่านั้น  ที่มันแย่ก็คือบางครั้งมันเป็นการลากไปสู่สถานการณ์แบบถูลู่ถูกังเสีย   ตัวอย่างง่ายๆ ก็คือ เมื่อเริ่มต้นเรื่อง  พวกพระเอกต่อสู้กับเหล่าผู้ร้าย  แล้วหนีรอดมาได้ แทนที่จะไปหาตำรวจ   ก็ดันกลับไปที่บ้าน  ให้โดนผู้ร้ายตามล่าอีก  ไม่รู้จักจบ  เดี๋ยวพระเอกจะเจอผู้ร้าย  ก็ถูกหลอกให้คนพาไปเสียเฉย   สุดท้ายพระเอกของเราก็โดนจับเสียเฉย ๆ 

แต่พระเอกของเราก็ยังไม่ตาย   เพราะหัวหน้าตัว

ร้ายเกิดขี้เกียจฆ่าขึ้นมาเสียเฉย ๆ  แล้วก็มาเริ่มการต่อสู้กันอีก  ไม่รู้จักจบ

ผมคิดว่า ยังไม่มีคนทำหนังแอ็คชั่นหมัดๆ มวยๆ ของไทยคนไหนที่พยายามแก้ไขจุดอ่อนเหล่านี้กันอย่างจริงๆ จังๆ สักคน  เขาอาจจะคิดว่ายังไงคนดูก็คงสนุกไปกับภาพที่เห็น   ภาพแอ็คชั่นเพียงพอแล้ว  หลายคนอาจจะเป็นเช่นนั้นแต่ผมไม่เชื่อว่าทุกๆ คนจะเป็น

หนังมีส่วนในอารมณ์ขันค่อนข้างเยอะ  บางทีก็เป็นพระเอกที่เป็นคนทำตลกเสียเอง  แต่ว่ามุขส่วนใหญ่จะไม่ค่อยขำเอาเสียเลย เป็นได้แค่หัวเราะหึๆ  ช่วยทำให้หนังดูผ่อนคลายกว่า   ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าตัวพระเอก บี-ไพโรจน์   ที่แตกต่างจากจา พนมและเดี่ยว ชูพงษ์  เขาไม่ใช่คนที่นิ่งๆ เป็นหุ่นยนต์ แต่พยายามเติมความกระล่อนเข้าไปในตัวละคร ให้มีสีสันมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกนิด แต่ไพโรจน์ก็ไม่อาจจะหลีกหนีปัญหาแบบเดียวกับที่พระเอกนักบู๊รุ่นพี่สองคนนั้นเจอได้  นั่นก็คือ การแสดงที่ต้องถ่ายทอดอารมณ์ของเรื่อง

การแสดงที่เน้นเรื่องของการถ่ายทอดอารมณ์นั้นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาถูกฝึกฝนมา  บ่อยครั้งที่การแสดงสีหน้าท่าทางของพวกเขาเหล่านี้จึงยังดูไม่เป็นธรรมชาติ คือถ้าไม่แข็งๆ ก็ดูเกินๆ  ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องยกประโยชน์ให้จำเลยไป เพราะว่าเขาก็ไม่ได้เป็นนักแสดงโดยตรงแต่เป็นสตันท์มืออาชีพ  ถ้าหากว่าอยากเห็นการแสดงที่ดีเลิศของคนเหล่านี้ก็คงจะต้องรอดูเขาแสดงหนังไปเรื่อยๆ  พวกเขาก็คงจะค่อยๆ พัฒนาตัวเองไป  อย่างน้อยสิ่งที่บี ไพโรจน์ทำ ก็ถือว่าน่าสนใจและน่าพอใจในความพยายามไม่น้อย



“BRAVE กล้า หยุด โลก” ดูจะทะเยอทะยานน้อยกว่า “ต้มยำกุ้ง”   ขณะที่  ต้มยำกุ้ง เป็นหนังเกรดบีที่พยายามให้ตัวเองดูเกรดเอ แต่  BRAVE คือหนังที่ยอมรับว่าตัวเองเกรดบี   เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ที่หนังพยายามนำไปสู่การต่อสู้ต่าง ๆ  อาทิ การขโมยข้อมูลบัตรเครดิต  ก็ไม่ได้ถูกเน้นย้ำลงลึกในรายละเอียด 
การดำเนินเรื่องก็ไม่ได้ดูสลับซับซ้อนถึงแม้จะมีการซ่อนปมและพยายามจะหักมุมเล็กน้อย  แต่ดูจะทำเป็นน้ำจิ้มมากกว่าโชว์ไอเดียคนทำหนัง 

หนังใช้วิธีพากย์  เพื่อที่จะทำให้ตัวละครคนไทยกับมาเลเซียสามารถสื่อสารกันได้  โดยไม่ต้องกระโดดข้ามไปใช้ภาษาอังกฤษ  แน่นอนว่าการเป็นหนังพากย์คงจะทำให้หลายคนรู้สึกขัดๆ ในใจ เมื่อเห็นคำพูดดูลอยๆ ไม่ตรงกับปาก และบางทีหลุดออกมาจากปากตัวละครทั้งๆ ที่ไม่ได้ขยับปาก แต่เมื่อผู้สร้างคงไม่ได้มองหนังเรื่องนี้อย่างซีเรียสอะไร  การยอมรับหรือไม่ยอมรับในสิ่งเหล่านี้ จึงขึ้นอยู่กับว่าคนดูแต่ละคน  ว่าจะคาดหวังกับหนังเรื่องนี้ไว้อย่างไร   เพราะจะว่าไปแล้ว  มันมีหลายอย่างในเรื่องที่ดูไม่สมจริง  อาทิ การวางตัวนักแสดงหลายๆ คนที่ไม่เข้ากับบทเลย เช่นสาวหน้าฝรั่งที่มาเล่นเป็นคนรักเก่าของพระเอก ดูยังไงก็ไม่มีความเป็นสาวชาวบ้านอย่างที่หนังพยายามจะทำให้เป็น

ถ้าจะให้มองข้ามเรื่องการวางตัวนักแสดง (ที่อาจจะติดเงื่อนไขในการตลาดและการเป็นหนังร่วมทุนที่ต้องใช้นักแสดงจากมาเลเซียด้วย) และมองข้ามเรื่องการเป็นหนังพากย์  ไปยังเรื่องของการแสดง นอกจากไพโรจน์  นักแสดงคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นศุภักษร ไชยมงคล นางเอกของเรื่อง หรืออาฟฟลิน เซากิ พี่เขยและคู่หูของพระเอก  รวมถึงเหล่าร้าย ไม่มีใครน่าประทับใจหรือมีการแสดงที่โดดเด่นออกมาเลย  เหมือนต่างก็เล่นไปตามบทและการกำกับ


นอกจากนี้  ฉากแอ็คชั่นคิวบู๊เตะต่อยอะไรทั้งหลาย  ถึงจะไม่มีการใส่ความเป็นไทยแฝงอยู่เลยแบบหนังของจาพนม ก็ไม่ได้แปลกใหม่ถึงกับต้องปรบมือ  แต่ก็น่าจะมีอะไรที่พิเศษบ้าง  แต่นอกจากจะไม่มีแล้ว บ่อยครั้งที่รู้สึกว่าการแสดงคิวบู๊มีการ “รอจังหวะ” ให้อีกฝ่ายหนึ่งมาทำร้าย  ซึ่งบางทีทำให้ดูแล้วไม่รู้สึกลุ้นไปกับฉากเหล่านี้สักเท่าไหร่

BRAVE มักจะไม่ค่อยมีความลงตัวกลมกล่อม  อันเป็นคุณสมบัติดีๆ ที่จะทำให้หนังสักเรื่องสนุกและเป็นที่จดจำ  อาจเพราะธรรมชาติของการเป็นหนังที่ต้องขายฉากต่อสู้  ซึ่งน่าจะมีคนดูหนังเฉพาะกลุ่มที่ชอบดูหนังแบบนี้อย่างจริงจัง  และนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมหนังศิลปะป้องกันตัวจึงไม่ได้โตเติบและเป็นที่นิยมในวงกว้างอย่างต่อเนื่องยาวนาน 

   
  ©thaicinema.org
 

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.