สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
 
 
 
 

   
บทวิจารณ์ – “ บ้านผีสิง”
  สรดิเทพ ศุภจรรยา / 4 ก.ย. 50
  LINK:    ข้อมูลหนังทุกอย่าง รวมทั้งเทรลเลอร์
   
 


ปรกติผมไม่กล้าดูหนังผี และทุกครั้งที่ดูต้องเอามือหนึ่งปิดตาไว้และอีกมือหนึ่งจับคนข้างๆ (ดีนะที่เรื่องนี้ไปดูกับแฟน) “บ้านผีสิง” ผลงานที่สามของ มณฑล อารยางกูล ผู้กำกับ “ผีคนเป็น” เป็นหนังระทึกขวัญอีกเรื่องหนึ่งที่ผมต้องดูไป ปิดตาไป (และจับมือแฟนไป) ด้วยความกลัวผี โชคดีของผมที่เรื่องนี้ไม่ได้ทำออกฉายในเวอร์ชั่น IMAX

ผมเห็นความตั้งใจและความพยายามอย่างสูงของผู้กำกับ ผู้เขียนบท นักแสดง และทีมงานทุกคน ที่มุ่งมั่นให้ “บ้านผีสิง” เป็นมากกว่าหนังผีทั่วไป  เริ่มตั้งแต่ความพยายามที่จะเชื่อมโยง 3 คดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้น ณ เวลาที่ต่างมิติ กับคู่รักที่ต่างกัน แต่ทั้งหมดมาเกิดขึ้นในบ้านหลังเดียวกัน รวมทั้งการตั้งประเด็นเกี่ยวกับความรัก ความเสียสละ และการให้อภัยกับคนที่เรารัก ตลอดจนถึงวิธีการที่นำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านจอเครื่องถ่ายวิดีโอเล็กๆ ของตัวละครเอกของเรื่อง ทั้งหมดช่วยเสริมความน่าขนลุก สะพรึงกลัว รวมทั้งการเปิดตัวหนังโดยสมมุติให้มีการ “สัมภาษณ์นักแสดง” แต่ใช้ทีมนักแสดงตัวจริง ราวกับว่าจะเล่นกับผู้ชมว่า อะไรคือเรื่องจริง- อะไรคือเรื่องแต่ง ของหนังเรื่องนี้

แต่ผมก็ต้องขอแสดงความเสียใจ และรู้สึกเสียดาย ที่ความพยายามเหล่านี้ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ เพราะท้ายสุดแล้ว “บ้านผีสิง” ยังคงเป็นหนังผีธรรมดาๆเรื่องหนึ่ง ที่มีปัญหาด้านการดำเนินเรื่อง เน้นแต่ฉากสยองขวัญ จนมีเสียงดังตกใจ และที่เต็มไปด้วยความสับสนของคำเฉลยในตอนท้าย

“บ้านผีสิง” สามารถเป็นภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนที่น่าติดตามและน่าระทึกใจได้ดีเรื่องหนึ่ง แต่กลับมีปัญหาด้านการดำเนินเรื่องค่อนข้างมาก หนังเริ่มด้วย เชน (เชน - ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์) โปรดิวเซอร์หนุ่ม มอบหมายให้ ชาลินี (ทราย- อินทิรา เจริญปุระ) ทำสารคดีเกี่ยวกับฆาตกรรมช็อกวงการแพทย์ในอดีต แต่เมื่อเธอได้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก็พบความเหลือเชื่อที่น่าสะพรึงกลัวว่า ทั้ง 3 คดีดัง — คดีหมอใหญ่ฆ่าพยาบาลสาวถ่วงน้ำสะพานนนทบุรีในปี 2505 คดีนักศึกษาแพทย์หั่นศพแฟนสาวในปี 2535 และคดีอาจารย์แพทย์อำพรางศพภรรยาในปี 2545 — เกิดขึ้นในบ้านพักแพทย์หลังเดียวกัน ราวกับว่าบ้านอาถรรพ์หลังนี้คือฆาตกรต่อเนื่องที่บันดาลให้คนธรรมดาลงมือกับคู่รักของตน การที่ชาลินีทุ่มเทเวลาให้กับงานของเธอ ยิ่งทำให้ ภาณุ (เอก- ชมะนันทน์ วรรณวินเวศร์) สามีของเธอเริ่มระแวงในความใกล้ชิดเกินเพื่อนของเธอกับโปรดิวเซอร์หนุ่มอีกด้วย และ “เหยื่อ” คนล่าสุดของบ้านหลังนี้ก็คือตัวชาลินีเอง แต่มันจะสายไปหรือเปล่ากว่าเธอจะรู้ตัว


ชาลินีค้นพบข้อเท็จจริงของทั้งสามคดีตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่อนิจจาตั้งแต่นั้นมาจนเกือบหนังจบเธอไม่มีความคืบหน้าในการสืบสวนเลย แม้ว่าเธอกลับไปที่บ้านหลายครั้งแต่ก็ไม่พบอะไรเพิ่มเติม การที่เธอไปสัมภาษณ์หมอผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งสองคนในเรือนจำก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรใหม่กับเธอ (มิหนำซ้ำหนึ่งคุณหมอเฉลิมที่แสดงโดยคุณ คมสัน นันทจิต ยังมีลักษณะเหมือนคนบ้ามากกว่า “เหยื่อบริสุทธิ์” ของบ้านอาถรรพ์) อีกทั้งยังมีคำถามเพิ่มขึ้นมาตลอด ผู้หญิงเสื้อฟ้าคือใคร เงาดำคืออะไร เสากลางบ้านมีความสำคัญอย่างไร วิญญาณพยายามบอกอะไรกับชาลินี และทำไมเธอจึงเห็นภาพหลอนอยู่เสมอและถี่ขึ้นตั้งแต่ไปที่บ้านครั้งแรก ซึ่งกว่าจะได้คำตอบก็ต้องรอจนถึงท้ายเรื่อง เมื่อเธอดูภาพถ่ายวิดีโอตอนไปที่บ้านครั้งแรกๆ (แล้วทำไมเธอไม่ดูมันก่อนหน้านี้ล่ะ ? )

การสืบสวนของชาลินีไม่มีความคืบหน้าเพราะเธอมัวแต่จิตหลอนเจอผีอยู่ตลอดเวลา ฉากที่มีผีออกมาก็น่ากลัวถูกใจขาประจำหนังผีดีอยู่หลอก แต่จิตหลอนเหล่านี้ของเธอกลับไม่ได้ช่วยให้เธอเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นแต่อย่างไร ทุกครั้งผีผู้ตายมาปรากฏตัวเขย่าขวัญชาลินี เตือนเธอว่าอย่ามายุ่ง และก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

ฉากสยองขวัญทุกฉากในเรื่องนี้มีสูตรสำเร็จรูปเหมือนกันหมด ชาลินีเดินอยู่คนเดียวในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย (ห้องสมุด พิพธภัณฑ์ เรือนจำ โรงพยาบาล สะพานนนทบุรี ฯลฯ) เธอเริ่มจิตหลอนเห็นผีผู้ตาย (ที่ปรากฏตัวพร้อมกับเสียงและเพลงประกอบดังตกใจ) เธอกรีดร้องราวคนเสียสติ จนกว่าจะมีคนมาปลุกเธอให้ตื่นจากภวังค์ และหนังก็เปลี่ยนฉากราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ในตอนท้ายเรื่องเมื่อหนังได้เฉลย (สักที) ว่าทำไมทั้งสามคดีจึงเกิดขึ้นที่บ้านหลังนั้น หนังก็จบอย่างดื้อๆโดยที่ไม่กลับไปพูดถึงประเด็นสำคัญต่างๆที่ได้เปิดไว้ อย่างเช่น ทำไมคนรักกันถึงทำร้ายกันได้ ทำไมต้องเป็นฝ่ายชายที่ลงมือฆ่าคู่รัก และที่น่าสนใจที่สุดคือทำไมต้องเป็นเรื่องความรักทั้งๆที่ “สาเหตุ” ที่หนังเฉลยมาไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องรักๆโดยตรง (อีกทั้งหนังยังบอกด้วยว่าคนโสดที่เคยอยู่ในบ้านหลังนั้นไม่ได้ฆ่าใคร แค่อยู่ไม่ได้นานเพราะโดนผีหลอก)

ก่อนชมผมแอบคาดหวังว่าหนังเรื่องนี้จะเป็นหนังที่ธรรมดาแค่ชื่อ แต่ด้วยการดำเนินเรื่องที่มีปัญหา การนำเสนอเรื่องราวที่เน้นแต่ฉากสยองขวัญเสียงดังตกใจ และการจบเรื่องที่สร้างปมมากกว่าคลี่คลาย “บ้านผีสิง” จึงกลายเป็นหนังผีทั่วๆไปอีกเรื่องหนึ่งของปีนี้

   
   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: ancha999 at gmail.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.