สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
 
 
 
 

   

ดูไปบ่นไป – ไทยถีบ

 

ศฐาณพงศ์ ลิ้มวงษ์ทอง

 

ุ11 เมษายน 2549

   
 

 

          พ.ศ. 2485 เมื่อกองทัพญี่ปุ่น รุกคืบเข้าสู่เอเชียอาคเนย์ เพื่อยึดครองพื้นที่ในการทำสงครามกับฝ่าย สัมพันธมิตร ประเทศไทยในเวลานั้นยินยอมให้กองทหารญี่ปุ่นใช้เส้นทางผ่านเพื่อลำเลียงกำลังพลและอาวุธ ยุทโธปกรณ์ไปยังเอเชียกลาง ท่ามกลางความขัดแย้งของคนในชาติบางกลุ่ม ซึ่งประกาศขอต่อต้านกองทัพญี่ปุ่นทุกรูปแบบ

          คม วังหิน ( หมอก-ทศพร รถกิจ) จอมโจร 18 มงกุฎชื่อกระฉ่อน วางแผนปล้นครั้งใหญ่ โดยมีทองคำที่กองทัพญี่ปุ่นลำเลียงผ่านเส้นทางเดินรถไฟทางภาคใต้เป็นเดิมพัน “ คม วังหิน ” เดินหมากเคลื่อนไหวอย่างเงียบๆ ดึงเอาผู้คนหลากหลายวงการเข้ามาร่วมแผนการลับอันประกอบด้วย นักเลงคู่แค้น อย่าง ใหญ่ ท่าเรือ ( ธันญ์ ธนากร) , แหลม 18 อวน ( สหัสชัย ชุมรุม) เจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลในแถบพื้นที่ภาคใต้, นายพลสันต์ ( สมเล็ก ศักดิกุล) นายทหารเจ้าเล่ห์ที่ไว้ใจไม่ได้

          ขณะเดียวกัน โต ตีนหนัก ( เทพ โพธิ์งาม) ผู้นำขบวนการไทยถีบ ซึ่งเป็นกลุ่มชาวบ้านที่รวมตัวกันเป็นขบวนการใต้ดินต่อต้านกองทัพญี่ปุ่น ก็รู้เรื่องขบวนรถขนทองของญี่ปุ่น และวางแผนเตรียมขัดขวางการขนทองครั้งนี้ กลุ่มไทยถีบได้รับการร้องขอจากเสรีไทยกลุ่มหนึ่งให้ช่วยเหลือ ซีน่า ( ซาร่า เล็กจ์) สายลับฝ่ายสัมพันธมิตรที่ถูกฝ่ายทหารญี่ปุ่นจับตัวไป โดยมี แพ๊ตตี้ ( อัมธิดา เงินเจริญ) สายลับสัมพันธมิตรอีกคนจะเข้ามาร่วมงานด้วย

          การเคลื่อนไหวของท่านนายพลสันต์ กับ สองจอมโจร ใหญ่และคม ในช่วงเวลาที่ขบวนรถไฟขนทองมูลค่ามหาศาลของญี่ปุ่นกำลังเดินทางผ่านเส้นทางประเทศไทยพอดิบพอดี ทำให้สายลับ แพ๊ตตี้เข้าใจผิดว่า ใหญ่และคม เป็นหัวหน้ากลุ่มไทยถีบ เมื่อโจรถูกเข้าใจผิดว่าเป็นวีรบุรุษ ทั้งฝ่ายวีรชนและจอมโจร ต่างก็มีแผนการล้ำลึกอยู่ในมือ วีรกรรมระดับชาติกำลังจะเปลี่ยนเป็นความโกลาหล

          ผมรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะผมคิดว่าจะได้มาดูเกร็ดความรู้เล็กๆช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญหน้าหนึ่ึงของไทย ในเรื่องเสรีไทย และไทยถีบ และเดาผิดคิดว่าเมื่อหนังดูจบจะทำให้คนดูรักชาติยิ่งขึ้น เช่น ยุวชนทหาร, บางระจัน

          เริ่มจากการตั้งชื่อเรื่องไทยถีบ หรือนำเทพ โพธิ์งามขึ้นมาเป็นจุดขายก็ไม่เหมาะ เพราะจริงแล้วไทยถีบ และเทพ โพธิ์งามกลับเป็นเพียงติ่งๆของหนัง

          ตอนแรกที่ผมเห็นประชาสัมพันธ์หนัง ภาพเครื่องบิน ผมคิดในใจว่า แรกบินจะฉายแล้วเหรอ แต่ไม่ใช่กลายเป็นหนังดองเก่าเก็บของอาร์เอสอีกหนึ่งเรื่อง ซึ่งคงเป็นปัญหาหนักต่อเรื่องแรกบิน เพราะหนังในคลังที่ทยอยออกมาอย่าง เพราะรักครับผม ผีเสื้อสมุทร หรือจะเป็นไทยถีบก็ตามล้วนแต่ไร้ความน่าสนใจทั้งสิ้น และหนังก็ไม่สามารถสร้างความประทับใจให้คนดูมากนัก ส่งผลอย่างเต็มๆในการตัดสินใจการเลือกดูหนังดองอย่างแรกบินทันที ว่าอาร์เอสดองหนังให้เข้มข้น หรือดองจนเปื่อยอีก

          การแสดงโดยรวมแล้วก็ถือว่าหยุดนิ่ง อาจเป็นเพราะบทถูกกระจายๆกันไปในตัวละคร จึงดูไม่โดดเด่น เช่น ซาร่า เล็กจ์ เธอยังเป็นต้นไม้เฉกเช่นใน ปักษาวายุ แต่ก็เป็นต้นไม้ที่น่ารักทีเดียว ในส่วนตัวโจ๊กที่เพิ่มเข้ามาอย่างโก๊ะตี๋ อารามบอย ก็แสดงจนเกินไป จนหมดขำ ซึ่งน่าจะตัดไปได้แล้ว แต่ก็ยังปล่อยกล้องทิ้งไว้

          ในเรื่องการถ่ายทำ คิวแสดง และบล็อกต่างๆ ทำออกมาดูขัดๆ ซึ่งบางอย่างดูไม่ใช่ภาพของหนัง แต่ออกมาเป็นละคร คงเป็นเพราะโดยปกติแล้ว นาคาเซียจะเป็นสายงานด้านโทรทัศน์มากกว่า

          ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นแนวโจรเหนือโจร หักเหลี่ยม ตัดเหลี่ยม หน้าเหลี่ยม(อันนี้ไม่เกี่ยว) เสียง และดนตรีประกอบควรลึกลับ ตื่นเต้น และน่าสนใจให้มากกว่านี้

          ทางโปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ หรือบุคคลที่มีส่วนในการตัดสินใจควรจะเลือกว่าจะทำเป็นตลก หรือแบบหักเหลี่ยม แอคชั่น เพราะดูแล้วหนังออกมาครึ่งๆ กลางๆ เหมือนรักพี่เสียดายน้อง แต่สำหรับคัทนี้คงต้องบอกว่าจะออกมาแบบหลังมากกว่า เนื่องจากมุขทั้งหลายมันหายไปกับสร้อยคอเพชรที่โดนโจรกรรมไปแล้วตั้งแต่ต้นเรื่อง จึงทำให้หาไม่เจอในเรื่องเลย ถึงทำให้ผมสงสัยว่าจะเอาเทพ โพธิ์งามมาขายเพื่อ และถ้าทำเป็นแอคชั่นแล้วมุขฝืดๆก็ไม่ควรใส่ไป เช่น ฉากหัวหน้าไทยถีบ โตตีหนัก(เทพ) กับนายพลโอฮาร่า(เด่น ดอกประดู่) ที่คุณเด่นก็อุตส่าห์ อะโนอะโน พึมพำชายชาติซามูไรคว้าดาบวิ่งเข้าไปเพื่อดวลกับป๋าเทพ แต่ป๋าเทพกับชักปืนยิงซะงั้น ก็เช่นกันเมื่อใช้มุขนี้หนังก็เลยต้องยิงตัวตายตามกันไปอย่างปฏิเสธไม่ได้ และอีกอย่างเทคนิคระเบิด หรือเครื่องบินไล่ยิงกันทั้งหลายก็ดูแปลกๆ ไม่ค่อยสมจริงเท่าที่ควร

          แม้หนังเรื่องนี้โครงเรื่องจะเป็นการหักเหลี่ยมเหมือนหนังทั่วๆไป แต่บทภาพยนตร์ถือว่าทำออกมาได้ดีต้องยกเครดิตให้ ศุภชัย สิทธิอำพรพรรณ คงแต่ยังมีปัญหาในการถ่ายทอดร่วมกับองค์ประกอบต่างๆ ในส่วนตัวผมชอบนิสัยผู้กำกับ ของเรื่อง พิสุทธิ์ แพร่แสงเอี่ยม จึงขอเป็นกำลังใจสำหรับผลงานเรื่องหน้าให้ได้ถ่ายทอดอย่างเต็มที่อีกครั้ง

 

 

 

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.