สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
 
 
 
 

   
เราสองสามคน
  LINK : แคแรกเตอร์ตัวละคร
 

 

เทรลเลอร์

 

 

เอ็มวีอัสนี - วสันต์

 

 

นำแสดง รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล เป็น สุนทรีย์, รมิตา มหาพฤกษ์พงศ์ เป็น เต๋อ,  มณฑล  จิรา เป็น ส้มฉุน,  เผ่าพล  เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็น ถั่วเขียว, จิรภา วงศ์โฆษวรรณ เป็น ผิง
ถ่ายภาพ  ธรรมเจริญ  พรหมพันธ์,  สมศักดิ์ ศรีสวัสดิ์
ออกแบบเครื่องแต่งกาย  วรธน  กฤษณะกลิน
ผู้กำกับกอง 2  ฑีฆายุ ธรรมนิตยกุล
ช่วยควบคุมงานสร้าง อัครเดช มณีพลอยเพ็ชร
ควบคุมงานสร้าง จันทิมา เลียวศิริกุล , กิตติกร เลียวศิริกุล
เรื่อง / บทภาพยนตร์ / กำกับภาพยนตร์ เรียว กิตติกร
เพลงประกอบ 'เราสองสามคน' โดย" พี่ป้อม-โต๊ะ" (อัสนี-วสันต์) เนื้อร้อง: Banana Boat ทำนอง: ปู Blackhead

 

 

เรื่องย่อ

เมื่อสุนทรีย์สาวหูตึงหลงรักหนุ่มออฟโรดที่ชื่อส้มฉุนในทริปคาราวานทัวร์ออฟโรดไปเวียดนาม…
ในระหว่างการเดินทางเธอได้ปะติดต่อเรื่องราวความรักของเธอกับ ส้มฉุนด้วยความเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างเพราะเครื่องช่วยฟังไม่ค่อย ชัดนัก…สุนทรีย์กลับพบว่าเต๋อเพื่อนสาวสายตาสั้นจอมเฟอะฟะที่ ร่วมเดินทางมาพร้อมกันในครั้งนี้คือคนที่ส้มฉุนจีบและทั้งสองแอบใจตรงกัน
“แต่ความรู้สึกของเต๋อละ”เธอจะทำยังไงกับความรู้สึกของเธอ… ตัดสินใจปล่อยให้เพื่อนเจ็บ…เชื่อตามที่สุนทรีย์บอกว่าเธอคือคนที่ ส้มฉุนจีบในยามที่เธอมองเห็นชัดบ้างไม่ชัดบ้าง หรือ ทำเป็นหูดับแล้วเดินจากไป

ภาพยนตร์เรื่อง “เรา สองสาม คน”  เป็นภาพยนตร์การเดินทางด้วยรถออฟโรด ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดการเดินทาง 29 วัน ที่ยาวนานผ่านแดนระหว่าง3ประเทศ  (ไทย>ลาว>เวียดนาม)กับระยะทางที่ยาวไกลถึง4,000กิโลเมตรในเส้นทางอินโดจีนหมายเลข9ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับส้มฉุนเลย แต่..เขา ไม่รู้หรอกว่าอุปสรรคที่แท้จริงของการเดินทางครั้งนี้ของส้มฉุน คือ..เสน่ห์ของสาวคนพิเศษที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้ต่างหาก…

 

เบื้องหลังการถ่ายทำ

 

“ไม่ยากเลยนะการถ่ายหนังเมืองนอก” ผู้กำกับย้ำเสียงเข้ม “มันก็เหมือนถ่ายในเมืองไทยนี่แหละ เพราะถ่ายทำหนังมันเป็นภาษาเดียวกันน่ะ ต้องขออนุญาต อุปกรณ์ที่ใช้เหมือนกัน มีกล้องกับขา ก็ถ่ายได้แล้ว แต่ถ้ามากกว่านี้ซึ่งอาจจะช่วยให้การถ่ายทำดีขึ้น ก็ว่ากันไป แต่ต้องมีปรับบทให้เหมาะกับโลเคชั่น หรือสถานการณ์จริงด้วย มันคือประสบการณ์ใหม่หมดสำหรับผมนะ การซัพพอร์ตกองถ่ายทำหนังที่เวียดนามยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ แต่เขาก็อนุญาตและไม่ซีเรียสเรื่องการถ่ายทำมาก เพราะเวียดนามเองก็มีกองถ่ายทำสารคดีเข้าไปถ่ายเยอะ เขาดูแค่บทก็โอเคแล้ว ส่วนที่จีนถ้าไม่ได้ตั้งขา ก็ถ่ายได้เลย อารมณ์เหมือนนักท่องเที่ยว ไปเจออะไรก็ยกกล้องขึ้นมาถ่าย ซึ่งสากลก็เป็นยังงี้ ยกเว้นสถานที่สำคัญๆ คงต้องขอเป็นเรื่องเป็นราว จะถ่ายมั่วซั่วไม่ได้”   
จากแรงบันดาลใจในความชื่นชอบท่องเที่ยว พเนจรไปทั่วทุกหนแห่ง ค่ำไหนนอนนั่น ไม่หวั่นไม่หวาด ผู้กำกับจึงได้ขยับขยายขายเป็นไอเดียเพื่อต่อยอดสู่หนังที่เน้นบรรยากาศแบบโรดมูวี่อันแฝงกลิ่นอายเรียลไทม์ของการถ่ายทำและอารมณ์คอเมดี้ เรียลเลิฟ นับแต่ได้ลงพื้นที่เซอร์เวย์ โดยการขับรถออฟโรดด้วยตัวเองตามแผนที่ที่กำหนดให้ว่าจะใช้เป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำ

“ผมเป็นคนที่หลงรักการท่องเที่ยวแบบขับรถไปเที่ยวไป และส่วนตัวก็ค่อนข้างจะเบื่อการถ่ายหนังในสตูดิโอมากกกก เพราะมันไม่เห็นมีอะไรแล้วอ่ะ ไม่รู้จะถ่ายไปทำไม ถ่ายไปก็ไม่สนุก ในใจผมอยากเปลี่ยนที่ถ่ายไปเรื่อยๆ ท่าจะสนุกดีนะ”  

การถ่ายทำหนังมีทั้งเซ็ตอัพกับฉากหลังสวยๆ แต่บางครั้งก็ต้องเร็คคอร์ดกล้องกันเดี๋ยวนั้นแบบไม่ได้นัดหมาย เมื่อเห็นว่าเจอภาพที่เพอร์เฟกต์อย่างใจปรารถนา จึงเป็นการทำงานที่ค่อนข้างครบครันความท้าทาย  

“ผมเป็นคนตามใจตัวเองมากนะ(?!?) คืออยากทำก็จะทำ ทั้งๆ ที่อาจจะไม่ใช่สิ่งชอบหรอก ถ้าอยากทำก็จะทำ เพราะผมรู้ว่าผมเองก็ยังไม่ได้ทำหนังมาทุกแนว พอมีโอกาสได้ทำก็ต้องทำ แล้วมันก็เป็นคอเมดี้ เรียลเลิฟแบบมีจุดขัดแย้งเกิดขึ้นและไปเรื่อยตามสถานการณ์ มีความซับซ้อนทางจิตใจของตัวละครพอสมควร เป็นความรักที่ออกไปในทางเห็นแก่ตัว ไม่ใช่คอเมดี้อินเลิฟจ๊ะจ๋า ไม่ใช่หนังที่บอกว่าความรักคืออะไร และก็ไม่ได้ไปแตะการเมืองเลย เพราะผมว่าการเมืองยุคนี้ซับซ้อนมาก ก็เคยนำมาใส่ในเมล์นรกฯ แล้ว ถ้าเอาเล่าอีกมันจะกลายเป็นคนแก่ขี้บนไปซะเปล่าๆ”

ไม่หมดแค่นั้น กองถ่ายหนังเรื่องนี้ยังมีดีกรีความเรียลแบบนันสต็อปให้ได้ตื่นเต้นอย่างไม่หยุดหย่อน บทที่ปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ (ก็สไตล์ผู้กำกับเขาอ่ะ) ด้นการแสดงสดๆ หน้ากล้อง (วิธีฆ่า อูย ไม่ใช่ วิธีปั้นดาราของผู้กำกับน่ะ) สั่งแอคชั่นแล้วทำเนียนเหมือนซ้อมกันเล่นๆ (เพราะถ้าบอกเอาจริงๆ มักไม่โอเคซักที) รอโลเคชั่นเป็นวันๆ (ผู้กำกับว่าเอาใจยากแล้ว ก็ยังแพ้ดินฟ้าอากาศอยู่ดี)

“พูดถึงวิธีกำกับ เรื่องนี้ค่อนข้างจะไม่เหมือนเรื่องก่อนๆ เลย เอาง่ายๆ อย่างดาราจะถูกปล่อยให้เล่นเองซะเยอะ ผมมีหน้าที่แค่พาเขาไปส่ง พอเขารู้สึกว่าอารมณ์มาแล้วนะ ก็ปล่อยให้เล่นเองคนเดียว โจทย์หลักของผมคือการเดินทางด้วยรถยนต์นะ ไม่ใช่นั่งเครื่องบิน หน้าที่ผมคือนำทาง แค่นั้นจริงๆ ที่เหลือคนร่วมทริป หมายถึงดาราต้องใช้ชีวิตเป็นนักเดินทางแบบเต็มตัวคนเดียว มันเหมือนการผจญภัยนั่นแหละ การผจญภัยนี่ละที่ผมคิดว่ามันได้ความเรียลกลับมา เรียลในแบบที่มันควรจะเป็น เรียลอย่างถูกที่ถูกทาง 70 % ในหนังคือความเรียล ส่วนอีก 30 % มันคือความฟุ้งฝันของผม และจะมีบางไดอะล็อคที่ซับซ้อนมากๆ ซึ่งคนปกติไม่ค่อยคุยกันหรอก”

ด้วยความพยายามจะคุมโทนหนังให้ออกมาในอารมณ์เรียล ผู้กำกับฯ จึงได้รับฉายาจากHe is Real จนกลายมาเป็น Really!!! ประจำกองถ่าย (คนที่ตั้งให้คือ ต้าร์ บาร์บี้)

“เรื่องนี้เป็นโรดมูวี่เต็มๆ ที่มีเรื่องราววิถีชีวิตคนค่อนข้างเยอะ ในความคิดของผม โรดมูวี่ ก็คือหนังที่เกิดขึ้นบนท้องถนน มีเรื่องของคนเป็นแกนหลัก พูดถึงการเดินทางและมีเรื่องอื่นๆ ตามมาอีก สิ่งที่มีความเป็น เรียว-กิตติกร มากที่สุด ก็คงจะเป็นวิธีการถ่ายทำ วิธีเซ็ตอัพ ถ้าเป็นคนอื่นก็จะได้หนังอีกแบบหนึ่ง แต่นี่เป็นผมกำกับ มันก็เลยได้หนังแบบเรียว-กิตติกร ถ้าย้อนกลับไปดูหนังเรื่องก่อนก็เหมือนกัน มันมีความเป็นผมค่อนข้างสูง”   

 

Real Rock : เพลงร็อคจังหวะเรียล

ออกตัวว่าเป็นโรดมูวี่อารมณ์คอเมดี้ เรียลเลิฟ แถมชูด้วยสารพัดความเรียลให้อึ้งทึ่งซะ แล้วถ้าจะเพิ่มความน่าสนใจเข้าไปในเพลงประกอบหนังอีกอย่างก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร (ใช่ป๊ะ?)

ค่าที่ผู้กำกับวางหนังให้มีความแมนๆ เช่นเดียวกับการเดินทางแบบคาราวานออฟโรด เพลงประกอบที่เหมาะกับมันจึงต้องมาสรุปที่จังหวะร็อค หนักๆ ซึ้งๆ อบอุ่น กินใจ โดยเป็นผลงานสร้างสรรค์ของเหล่าคนดนตรีแถวหน้า     

คู่พี่น้องรุ่นใหญ่แห่งตระกูลโชติกุล “ป้อม-อัสนี” กับ “โต๊ะ-วสันต์” ยอมเจียดเวลามาร้องเพลง “เรา สองสาม คน” เป็นเพลงประเดิมให้แฟนๆ ได้อินไปกับหนัง ตอกย้ำถึงเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นบนคาราวานออฟโรด ระหว่างหนึ่งหนุ่มหล่อกับ 2 สาวพิเศษที่เกิดอาการอินเลิฟขึ้นมาซะงั้น 

เรา สองสาม คน : บอกไม่ถูก เลยว่ารู้สึก ดีใจสักเท่าไหร่ มากแค่ไหนก็ไม่รู้ คนคนเดียว ที่ฉันเฝ้ารอกลับมาเห็นเขาอยู่ ข้างข้างฉันใช่เธอจริงๆ

นอกจากนี้ คนที่มาร่วมทำเพลงยังรวมถึง 2 ร็อคเกอร์ตัวพ่อ เจ้าของเสียงร้องและคาแรกเตอร์เฉพาะตัว “เหน่ง วายน็อต เซเว่น-เกษม วงศ์สรรคกร” กับ “อ่ำ-อัมรินทร์ นิติพน” ซึ่งคราวนี้ทั้งคู่รับหน้าที่นำเพลง “คนล่าฝัน” มาคัฟเวอร์ใหม่ (เวอร์ชั่นต้นฉบับร้องโดย แอ๊ด คาราบาว) ในสไตล์ “เหน่ง-อ่ำ” ให้จังหวะร็อค แน่นๆแบบเหน่ง โจ๊ะๆ แบบอ่ำ ไม่ซ้ำใครดี

คนล่าฝัน : “แสงตะวันเพิ่งจะโผล่พ้นขอบฟ้า มีเวลาให้คนเราอีกมากมาย พาชีวิตก้าวไปสู่ยังจุดหมาย ถึงเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายก็น่าลอง มองดูฟ้า ฝูงนกกาเที่ยวหากิน ไปยังถิ่นแดนไกลสุดสายตา เหมือนย้ำเตือนว่าชีวิตล้วนเกิดมา แสวงหาต่อสู้และดิ้นรน โอ้ชีวิตมีอะไรตั้งเยอะแยะ มีเกิดแก่เจ็บตายคล้ายๆ กัน แต่สิ่งที่มีไม่เหมือนคือความฝัน อยู่ที่ใครจะล่ามันให้อยู่มือ คนเป็นคนย่อมปะปนด้วยชั่วดี ในศักดิ์ศรีมีทั้งจนและร่ำรวยมีความรักเป็นเรื่องราวอันสดสวย ความผิดหวังเป็นแค่เรื่องธรรมดา ฟ้าเบื้องบนน้ำเบื้องล่างดินขวางหน้า ข้ามไปเถิดไขว่คว้าความใฝ่ฝัน มีชีวิตเกิดมาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น อย่าปล่อยมันซังกะตายไปวันๆ...”

สุดท้ายที่กระโดดมาร่วมทำเพลงด้วยความสนุกกับเขาด้วยคน ก็คือ “ปู แบล็ค เฮด-อานนท์ สายแสงจันทร์” ที่ผู้กำกับอาศัยความซี้ปึ๊กส่วนตัวและระบุว่าเพลงร็อคเมื่อครั้งอดีต “เพราะเรานั้นคู่กัน” (เวอร์ชั่นฮิต ร้องโดย คาไลโดสโคป) ต้องให้ปูร้องเท่านั้น เพื่อจะได้อารมณ์ร็อคโรแมนติก

เพราะเรานั้นคู่กัน : “ความว่างเปล่า กับความเหงา ปนความเศร้า ในตัวเราคุ้นเคยกับการมีเขา เหลือเพียงเรากับความสับสนในใจ ชีวิตหนึ่งกับความหวัง ฉันก็ยังหวังในใจ สักวันหนึ่งสิ่งที่ฝัน จะหวนคืนวัน กลับเป็นดั่งกำลังใจ ไม่เป็นไร มาเริ่มกันใหม่ จะไม่ยอม ให้วันใด ปล่อยให้ใจ ฉันต้องขาดเธอ จะผูกพัน สองเราให้เป็นหนึ่งเดียว กลับมาเป็นเหมือนเคย กลับมาเลย เพราะเรานั้นคู่กัน...”

“ที่เลือกเพลงร็อคมาใช้ ก็เพราะตัวหนังฟิลมันจะออกไปการเดินทาง บรรยากาศค้อนข้างจะเจือปนด้วยอารมณ์ผู้ชายแมนๆ ที่ไม่ได้แสดงความรู้สึกออกมาแบบหวือหวา ซึ่งมันก็เหมือนกับเพลงร็อคนั่นแหละที่มีจังหวะรักของมันเอง” โปรดิวเซอร์หญิง “เอมี่-จันทิมา เลียวศิริกุล”

 

 

   

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: ancha999 at gmail.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.