สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
 
 
 
 

   

แก๊งค์ชะนีกับอีแอบ

 

เครดิตหนัง                เรื่องย่อ                                 

  แคแรคเตอร์นักแสดงพร้อมเปิดอก 
  ปฐมความหมายแห่งรากศัพท์ ของ “ ชะนี” กับ “ แอบ”      
  คำสนทนาในวงชะนีขาเม้าท์บริษัทค่ายหนังแห่งหนึ่ง ใจกลางกรุงซอยสุขุมวิท31  
  หัวหน้าขบวนการแอบ ยงยุทธ เผยที่มาในกระบวนการสร้าง "แอบ"     
   
   
 
โปสเตอร์ใหม่ สีสันสวยงาม 4 แบบ เลื่อนลงข้างล่างค่ะ

 

 

คำเตือนสติ “ แอบ”
...อย่าทำให้ ชะนี โกรธ…
...อย่าหลอกให้ ชะนี รัก...
...อย่าปล่อยให้ ชะนี หลง…
...อย่าหลุดให้ ชะนี สงสัย…
เพราะเธอจะ ควักหัวใจ ไม่ว่าคุณ หรือใคร
ออกมาพิสูจน์ให้สาสม แสบ เจ็บแปลบ ถึงทรวง
13 กรกฎา นี้ ดีเดย์...ชะนีขึ้นบก เตรียมบุก
อีแอบ อย่าแตก “ แต๋ว”
(แล้วจะหาว่า ชะนี ไม่เตือน)

 

ปฐมความหมายแห่งรากศัพท์ ของ “ ชะนี” กับ “ แอบ”      new

“ ชะนี”
ความหมายแท้ - ชะนี หมายถึง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่ง แขนยาวมาก ไม่มีหาง ขนยาวนุ่ม เดินตัวตั้งตรงได้ ชอบห้อยโหนตามต้นไม้สูงๆ ร้องเสียงดังโหยหวน ที่พ้องทั้งรูป และเสียง ว่า ผ สระอัว ผัววว

ความหมายแฝง - ชะนี หมายถึง ศัพท์เฉพาะทางวิชาการกระเทย เป็นคำที่กะเทยบรรพกาล หรือบรรพกะเทย มีไว้เรียกเพศหญิง เรียกในเชิงขำขัน ปนเสียดสี เปรียบเปรย ด้วยเพราะวิธีการร้องส่งเสียงว่า ผัว ผัว ของมันนี่เอง ซึ่งคำนี้ถูกใช้งานจนกระ ทั่ง เป็นคำสามัญไปแล้ว แถมเป็นรากศัพท์ในการบัญญัติคำขึ้นมาใหม่ อย่าง “ ชะนีเด็ก” ใช้เรียก ชะนีที่อายุยังเยาว์ ส่วน “ ปูชนีย์” ใช้เรียกชะนีสูงอายุ

“ แอบ”
ความหมายแท้ - แอบ หมายถึง การทำโดยไม่ให้คนอื่นรู้เห็น
ความหมายแฝง - แอบ หมายถึง การกระทำที่ไม่เปิดเผย หรือไม่ตรงไปตรงมา หรือไม่แสดงความเป็นตัวของตัวเองในเพศชายออกมาอย่างภาคภูมิ คือเป็นชายที่แอบกดความ สาวไว้ หรือ ชายที่ชอบกินถั่ว ชนิดที่ตากกลางแดดไว้นาน (ถั่วดำ) เป็นคำที่ปัจจุบัน ชะนีขาเม้าท์ส่วนใหญ่ใช้เรียกบรรดาเพศผู้ทั้งหลายที่มีพฤติกรรม แอบ แอ๊บแมน แอบแต๊บ แอบแต๋ว แอบจิก แอบเด้ง หรือ แอบสาว กว่าพวกเธอ

คำสนทนาในวงชะนีขาเม้าท์บริษัทค่ายหนังแห่งหนึ่ง ใจกลางกรุงซอยสุขุมวิท31

ชะนีเด็ก : เจ๊ เจ๊ ถามอะไรหน่อยดิ

ปูชนีย์ : ว่ามา (น้ำเสียงและท่าทีมั่นใจสุดๆประมาณว่าถามไรมา เดี๊ยนตอบได้ หมด เดี๊ยนรู้ทุกเรื่อง)

ชะนีเด็ก : เจ๊ว่าผู้ชาย ถ้า” ไอ้นั่น” กระดก เป็นทุกคนมะ

ปูชนีย์ : เฮ้ย !!! ไอ้นั่น ของแก มันอะไรวะ (น้ำเสียงตกใจ ปนลุ้นอยู่ว่า จะคิด เหมือนกันมั้ย)

ชะนีเด็ก : โธ่! เจ๊ นี่ คิดมากตามอายุไปได้ หนูหมายถึง นิ้วก้อยอะ

ปูชนีย์ : อ๋อ! แล้วไป ทำไม แกไปเห็นของใครกระดกมา ที่ไหน ยังไง (สัญชาต- ญาณอยากรู้อยากเห็นของชะนีแก่พรั่งพรู)

ชะนีเด็ก : เจ๊ รู้แล้วเหยียบไว้เลยนะ ก็วันก่อนหนูเห็นคุณ ว. ส. จับแก้วเบียร์กิน นิ้ว ก้อยงี้กระดกเด้งเชียว (พูดเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน และใช้อักษรย่อเพื่อ เพิ่มความฉงน เป็นการบิ๊วท์ต่อมใคร่รู้ของชะนีแก่มากขึ้น)

ปูชนีย์ : ว่าแต่ ว. ส. ของแก ใครกัน ทำไมต้องใช้ตัวย่อวะ (ถามกลับด้วยน้ำเสียง ร้อนรน สมความตั้งใจชะนีเด็กที่บิ๊วท์ได้ผล)

ชะนีเด็ก : ระดับบิ๊ก ในออฟฟิศอะเจ๊ แบบว่าบิ๊กบึ้มอะ (น้ำเสียงสั่นเครือ กลัวมีผล ต่อหน้าที่การงาน คนเขียนชักกลัวด้วย)

ปูชนีย์ : หา (กรี๊ด)… นี่บิ๊กแอส เล่นของสูงเลยนะโว้ย ว่าแต่… วันก่อนเจ๊ก็เห็น… เห็นพี่ ส. มีชื่อจริง 2 พยางค์ ว่า ย. ย. เป็น ผกก. เค้าก็เด้งเหมือนกันตอน จับแก้ว น้ำเสียงเริ่มไม่เชื่อความคิดตัวเอง)

ชะนีเด็ก : เจ๊ หรือว่า เราจะอยู่ท่ามกลางแอบ... แอบอยู่รอบตัวเราจริงๆ !?!

ปูชนีย์ : ไม่ หรอก (พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น)

ชะนีเด็ก : หมายถึงไม่จริงใช่มั้ยเจ๊ (น้ำเสียงเริ่มเบาใจ)

ปูชนีย์ : ไม่แน่ว่ะ!!!

*** ปูชนีย์ คือ คำเรียก เพศหญิงหรือชะนีที่สูงอายุ

          ชั่วโมงนี้ นาทีนี้ ไม่ว่าจะเดินผ่านชะนีแก๊งไหน ณ ที่แห่งหน ตำบลใด ไม่ว่าจะ หลืบ ซอก ตรอก ซอย บนถนน ห้างร้าน ออฟฟิศ ห้องประชุม ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องกินข้าว ห้องสปา ซาวน์น่า คาราโอเกะ โรงรับจำนำ ร้านขายทอง ที่สาธารณะ ที่รโหฐาน หรือที่ลับ ที่แจ้งแห่งใดก็ตาม มักจะมีหัวข้อสนทนาเกี่ยวกับอากัปกิริยา พฤติกรรมของแฟนตัวเอง แฟนคนอื่น หรือแม้กระทั่งชายใดก็ตาม เพียงแค่เดินผ่านไปมา ก็สามารถหาเหตุให้จับผิด จับสังเกตุ ได้เม้าท์ หัวเราะคิกคักกันตามประสาชะนีกันอย่างไม่วางวาย ไม่เว้นแต่ละวัน เพราะนับวันกราฟชีวิตในการเจอผู้ชายแท้ๆซักคนจะผกผันตามอายุของพวกเธอเข้าซะแล้ว เพราะยิ่งอายุชะนีมากขึ้นเท่าไหร่ ประชากรแอบ ยิ่งทวีประชากรมากขึ้นเท่านั้น แต่ประชากรลูกผู้ชายตัวจริงนี่สิ กลับลดลงอย่างน่าใจหาย หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรที่เพิ่งเกิดสึนามิซะอีก เอ่อ … อันนี้ดูเว่อร์ไป เอาเป็นว่ามันยากพอๆกับถูกล๊อตเตอร์รี่ เลขท้ายสามตัวติดกันสองงวด ประมาณนั้นก็แล้วกัน

          และด้วยเหตุของวิกฤตสถานการณ์เช่นนี้เอง จึงทำให้ผู้กำกับร่างท้วม แอบสมบูรณ์นิดๆ อย่าง “ สิน ยงยุทธ ทองกองทุน” 1 ในกุนซือ มือฉมัง ของค่ายจีทีเอช เกิดปิ๊งไอเดีย รีบกระโดดตัวลอย (ดูจากหุ่นแล้วเหมือนราวกับปาฏิหาริย์ ) คว้าหมับขอกำกับทำเป็นหนังทันที เพราะนับเป็นไอเดียที่สดมาก ยิ่งมาบวกกับ 5 สาว FHM สาวที่ฮ็อตและเซ็กซี่ที่สุดในชั่วโมงนี้ อย่าง กาละแมร์– มีสุข– ปุ้ย– นิน่า - อรปรียา รวมตัวกันแบบครบทีม FIVE ANGEL มีหวังหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั่วเมือง มีอันต้องตุ๊ม ตุ๊ม ต่อม ต่อม หนาวๆร้อนๆกันเลยทีเดียว เรียกว่าดีกรีความฮ็อต สด และแรง ของทั้งนักแสดงและคอนเซปต์ รวมตัวกันได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ ตรงกับนโยบายของบริษัท จีทีเอช ที่ว่า “ คุณภาพ – สดใหม่ และจริงใจ” นั่นเอง

          คุณยังจำคำสอนโบราณ ที่ว่ากันว่า “ มนุษย์มีหลายแบบฉันใด ชะนีนั้นไซร้ ย่อมมีหลายประเภทฉันนั้น …” หรือไม่ ? ใช่แล้ว คำสอนเหล่านั้นยังใช้ได้ดี เราจะพาคุณไปพบเรื่องราวหลาก หลายของ สัญชาตญาณความเป็นชะนี ที่มีดีกรีต่างกัน ถึง 5 แบบ 5 สไตล์ กับ ความรัก 5 รสชาติ ปรุงรสด้วยนักแสดงระดับความแรงและความจัดจ้านไม่เป็นสองรองใคร พร้อมชื่อหนังที่จะทำให้คุณกรี๊ดแตก หลุดแต๋ว และแน่นอนที่สุดกวีบทเด็ด ที่ว่า “ แฟนหนุ่มเข้ามาแล้วก็จากไป แต่เพื่อนสาวนั้นไซร้ อยู่ยั้งยืนยง” จะเกาะกินหัวใจคุณ(ชะนี)ทั้งหลาย จนลืมไม่ลง !!! ในภาพยนตร์คอมมีดี้ ฮาแต๊ปหลุดเรื่อง..

 

“แฟนหนุ่มเข้ามาแล้วก็จากไป แต่เพื่อนสาวนั้นไซร้อยู่ยั้งยืนยง”
ประโยคปลุกใจแสนอมตะ ที่เพื่อนสาวจะใช้ปลอบประโลมกันในยามที่หนึ่งในพวกเธอกำลัง เผชิญภาวะขาดเสถียรภาพในความสัมพันธ์
หรืออาจจะเป็นประโยคที่สาวๆ ท่องไว้เตือนใจตัวเอง ยามที่เธอต้องกลับมาใช้ชีวิตสาวโสด ออกเที่ยวเตร่กับเพื่อนสาวตามเดิม
หรืออาจเป็นประโยคที่พูดก่อนการชนแก้วของกลุ่มเพื่อนสาว
ที่มาร่วมดื่มเพื่อลืมเธอในค่ำคืนหนึ่ง

....ทำไมผู้ชายถึงไม่เคยว่างเมื่อแฟนสาวพยายามโทร.มาชวนเขาออกไปช้อปปิ้ง
....ทำไมผู้ชายมักมีคำพูดติดปากว่า “ อะไรก็ได้ ” เมื่อแฟนสาวหวังพึ่งการตัดสินใจของเขา
...ทำไมผู้ชายไม่สามารถทนฟังแฟนสาวระบายปัญหาทุกข์ใจจนจบโดยไม่พูดแทรกได้
...ทำไมผู้ชายถึงพยายามทำให้แฟนสาวหยุดร้องไห้ด้วยการ...สั่ง แทนการ...กอด
...ทำไมผู้ชายคิดถึง “ เซ็กส์ ” ทุกลมหายใจเข้าออก
แต่เมื่อพูดถึง “ รัก ” กลับทำท่าเหมือนไม่อยากหายใจ

ดังนั้น การมีแฟนที่มีลักษณะตรงข้ามกับทุกข้อที่กล่าวมาจึงเป็น Happy Ending ที่สาวๆ ใฝ่ฝันถึง และแล้วชายหนุ่มแสนดีในฝันของสาวๆ ก็ก้าวเข้าในชีวิตแป้ง หญิงสาวผู้ค้นพบเข็มในมหาสมุทรที่เพิ่งเกิดสึนามิ

เรื่องราวน่าจะจบอย่างที่สาวๆ ต้องอิจฉา
แต่อนิจจา...เพื่อนๆ ของแป้งกลับไม่คิดเช่นนั้น พวกเธอพยายามอย่างสุดกำลัง เพื่อขัดขวางแฟนหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์คนนี้

เพราะสัญชาตญาณชะนีร้องเตือนว่า
ไอ้หน้าหล่อคนนี้มันเป็น “ อีแอบ ”

 

เครดิตหนัง

ภาพยนตร์เรื่อง แก๊งชะนีกับอีแอบ

กำกับภาพยนตร์ ยงยุทธ ทองกองทุน

อำนวยการสร้าง จีทีเอช

ดูแลการผลิต บริษัท หับโห้หิ้น บางกอก จำกัด

กำหนดฉาย 13 กรกฎาคม 2549

แนวภาพยนตร์ คอมเมดี้

นักแสดงนำ

นิ่ม รับบทโดย อรปรียา หุ่นศาสตร์ (ปอ)

ฝ้าย รับบทโดย พิมลวรรณ ศุภยางค์(ปุ้ย)

ป๋อม รับบทโดย พัชรศรี เบญจมาศ (กาละแมร์)

แป้ง รับบทโดย มีสุข แจ้งมีสุข (ไก่)

แพท รับบทโดย กุลนัดดา ปัจฉิมสวัสดิ์ (นิน่า)

ร่วมด้วย

อ๊อฟ รับบทโดย ดีเจ ดาวิเด โดริโก้ (เด)

ก้อง รับบทโดย เธียรชัย ชัยสวัสดิ์ (ต้อม)

โจ้ รับบทโดย กนิษฐ์ สารสิน (เป๊ะ)

เฮียเพ้ง รับบทโดย มนต์ชีพ ศิวะสินางกูร (เป็ด)

เคนจัง รับบทโดย ยาโน คาซูกิ

พี่บี รับบทโดย ไมเคิ้ล เชาวนาศัย (ไมเคิล)

 

เรื่องย่อ

          “มันจะมีผู้ชายสักกี่คนกันเชียววะที่สังเกตได้ทันที เวลาเรามีเรื่องไม่สบายใจ แถมยังไปเดินช้อบปิ้งกับเราได้โดยไม่เบื่อ ชอบทำของอร่อย ๆ ให้เรากิน … ที่สำคัญ เขาจำได้หมดว่าเราชอบสีอะไร ดอกไม่อะไร นักเขียนคนไหน วงดนตรีไหน … หรือกระทั่งไอติมรสอะไร”

          นี่คือเหตุผลที่แป้ง (มีสุข แจ้งมีสุข) บอกกับเพื่อน ๆ เมื่อเธอประกาศแต่งงานแบบ สายฟ้าแล่บกับแฟนหนุ่มที่เพิ่งคบหาดูใจกันได้ไม่เกิน 6 เดือน!

          “นั่นน่ะสิ ! ” สัญชาตญาณระวังภัยในแก๊งชะนีสาวส่งเสียงเตือนดังถี่ยิบ “ เลิศเลอเพอร์เฟกท์ขนาดนี้ … ชั้นว่าไม่น่าใช่ผู้ชาย !”

          … และแล้วด้วยความหวังดีปนจุ้นจ้านของกลุ่มเพื่อนสาวอันประกอบด้วย ป๋อม(พัชรศรี เบญจมาศ) คอลัมนิสต์ประจำนิตยสารขวัญเรือน แพท (กุลนัดดา ปัจฉิมสวัสดิ์) ประชาสัมพันธ์สาวในโรงแรมหรู นิ่ม (อรปรียา หุ่นศาสตร์) เจ้าหน้าที่การตลาดของ บริษัทยาเพิ่มประสิทธิภาพทางเพศ และเจ๊ฝ้าย (พิมลวรรณ ศุภยางค์) เจ้าของร้านทำผม (หน้า) สูงวัย ผู้มีลูกผัวเป็นของตัวเองแล้ว

          ทั้งหมดร่วมกันถือ “ สัตยาบัณชะนี ” อันมีภารกิจหลักที่จะต้องพิสูจน์ว่า ว่าที่เจ้าบ่าวคนนี้แฝงตัวเป็น “ อีแอบ ” มาหลอกแต่งงานกับผู้หญิงบังหน้าหรือไม่ ?

          กลเม็ดต่าง ๆ นานา ถูกงัดขึ้นมาเพื่อทดสอบความเป็นชาย “Guy หรือ Gay” โดยมี “ เกย์ดาร์ ” ที่ปรึกษาเป็นสจวร์ตหนุ่มใหญ่ ประจำสายการบินสีม่วง

          ภารกิจป่วน ๆ ชวนชุลมุนดำเนินไปพร้อมกับเรื่องราวความรักประจำตัว ของแต่ละสาว ที่ทำเอาพวกเธอและคนใกล้ตัวปวดหัว(ใจ) ไปพร้อม ๆ กัน

          … กำหนดวันแต่งงานใกล้เข้ามาทุกที ในขณะที่เจ้าบ่าวคนนี้ก็ชักจะ “มีกลิ่น” ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

          บททดสอบครั้งนี้จะให้ผลลัพธ์อย่างไร ?

          ชีวิตรักของแป้งจะลงเอยเหมือนนิยายในฝันหรือไม่ ?

          มิตรภาพของเพื่อนสาวจะดำเนินไปถึงจุดไหน เมื่อพวกเธอเลือกจะล้ำเส้นของความเป็นส่วนตัว ?

หัวหน้าขบวนการแอบสวมวิญญาณแอบโดย ------------สิน ยงยุทธ ทองกองทุน

ฉายาแอบ ------------ สมองแล่นปรู๊ดปร๊าดทุกเวลา มุขสดมาทุก 5 วินาที

ดีกรีแอบ ----------- ไม่แน่นอน อยู่ที่พยาธิสภาพและ พยานรู้เห็น

แอบพิรุธ ----------บางสภาวะนิ้วก้อยจะกระดกกางตั้งฉากกับนิ้วอื่น ตามมาตรา ชั่ง ตวง วัด ระดับความยาวนิ้วชี้กับนิ้วนางเท่ากัน บ่งชี้ว่ามีแนวโน้ม... (พิสูจน์ได้)

เทคนิคแอบดูแอบ ----------ดูยามไร้สติเป็นดีที่สุด เพราะ แอบ เป็นภาวะหลบในเป็นเรื่องของ จิตสำนึกไม่ใช่พฤติกรรม ดังนั้น แอบจะแสดงตัวตนเมื่อยาม ” เผลอ” เท่านั้น

          คุณคงได้ยินนักแสดงมืออาชีพพูดกันบ่อยครั้งมากว่า “ การจะเป็นนักแสดงที่ดี ต้องเข้าใจในตัวละครตัวนั้นให้ลึกถึงแก่นแท้ความคิด ถึงจะสามารถเข้าถึงและอินไปกับบทละครนั้นๆได้” ฉันใดก็ฉันนั้น ผู้กำกับเองก็เช่นกัน ยิ่งต้องเข้าใจในทุกตัวละคร เพื่อจะสามารถสื่อสารกับนักแสดงให้แสดงออกมาได้อย่างที่ตั้งใจ ดังนั้นเรื่อง “ แก๊งชะนีกับอีแอบ” ที่ผู้กำกับสิน ผู้ที่มุขไม่มีวันหมด มุขสดไม่มีวันจาง มุขไหนๆก็ไม่มีวันหลับใหล เกิดสะดุดใจ และอยากหยิบมันขึ้นมาบันทึกเอาไว้ให้ฮาขำขี้แตกกันอีกครั้ง ผู้กำกับสินจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจทั้งรูปธรรม นามธรรม ทั้งทางความคิด และพฤตินัยของทั้งชะนีและแอบอย่าง ลึกซึ้ง ด้าน” ชะนี” นั้นไม่ต้องห่วง เพราะดูเหมือนผู้กำกับจะช่ำชอง ด้วยประสบการณ์ใกล้ชิดกับสาวประเภทสองของแท้มาแล้วกับการกำกับเรื่องสตรีเหล็กมาถึง 2 ภาค แต่ทางด้าน “ แอบ” นี่สิ ที่เคมีในตัวดูไม่ปฏิสัมพันธ์ กับแอบซักเท่าไหร่ และดูยังไงๆ “ แอบ” กับ “ สิน” ก็ห่าง ไกลกันเหลือเกิน (แต่บางครั้งผู้เขียนก็มีช่วงหยุดชะงัก ชักไม่แน่ใจบ้างเหมือนกัน! )

          สงสัยว่าต้องถึงคราวผู้กำกับของเราจะตกที่นั่งลำบากซะแล้ว เพราะว่าต้องเอาตัวเข้าแลก ประ มาณว่า ถ้าอยากจะได้ลูกเสือ ก็ต้องเข้าถ้ำเสือ จึงไม่แปลกใจที่ 5-6 เดือน ก่อนหน้านี้จะได้เห็นพี่สิน ออก สเต็ป ทำตัวกลมกลืนอยู่แถวสีลมซอย 2 เพื่อจับสังเกตพฤติกรรม และ Research ข้อมูลด้วยตัวเอง แถมยังต้องคอยยืนตีเนียนคุยกับแอบแบบไม่ซ้ำหน้า ประมาณว่าต้องเกี่ยวแอบมาเจาะ (ข้อมูล)ให้ได้ตกถึงท้องอย่างต่ำคืนละ 2 ราย แต่ถ้าคืนไหนดวงไม่ชง แต่งตัวดี ใส่สีถูกโฉลกไป จะได้ถึงขั้นคืนละ 15 - 16 ราย ทะลุเป้า ยิ้มกริ่ม แก้มตึงกันไป (มาถึงตรงนี้ผู้เขียนก็ถึงบางอ้อ แล้วว่าท่วงท่า และอาการนิ้วเด้งของชายผู้นี้ได้แต่ไรมา)

          เมื่อได้รับทราบข้อมูลถึงเนื้อแท้ชะนีกับแอบแล้ว ขั้นต่อไปก็คือการคัดเลือกนักแสดง สำหรับชะนีทั้ง 5 นี้ เริ่มมาจากความคลั่งไคล้และเป็นแฟนตัวยงของสาวๆกลุ่มนี้มาก ถึงขั้นหลงใหลได้ปลื้ม จนต้องซื้อโทรทัศน์มาติดไว้ที่รถ เพราะเวลาออกอากาศเป็นเวลาที่ต้องเดินทางไปทำงาน ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัดมากถ้าขาดบางช่วงบางตอนไป จึงขอแค่ได้ฟังเสียงตอนขับรถก็ยังดี เหมือนมีคนคุ้นเคยมานั่งเม้าท์อะไรๆให้ฟังอยู่ข้างๆหู จนบางครั้งเผลอมองความสาวความสวยของพวกเธอ จนกระทั่งจะเลยไฟแดงเอาด้วย (ข้อมูลตรงนี้ผู้เขียนจะเหยียบไว้เป็นความลับ ไม่บอกใคร โดยเฉพาะศรีภรรยาสุดเลิฟของพี่นะค้า...สัญญาจ้า)

          ว่าแล้วก็คันปากยิกๆอยากพูดถึงชะนีแต่ละคนไล่เลียงกันไป เริ่มจากชะนีที่มีดีกรีต่ำสุดก่อน คือ ” แป้ง” รับบทโดย “ ไก่ มีสุข” คนนี้ผู้กำกับยอมรับอย่างเต็มปากว่าทึ่งเธอมากจริงๆ และแอบหลงรักรอยยิ้มของเธอมานานแล้ว ตั้งแต่เธอทำรายการ” เรื่องเล่าเช้านี้” และเข้าใจมาตลอดว่า เธอเป็นคนหวานๆ ยิ้มๆ เรียบร้อย แต่พอมาได้เห็นแบบเต็มๆแล้ว เธอกลับเป็นคนที่ร่าเริง สดใส มีชีวิตชีวา ยิ้ม ชวนคุย ที่สำคัญเธอคุยได้เก่งมากถึงมากที่สุด สิ่งที่จะเห็นได้ตลอดเวลาในกองทันทีที่สั่งคัท คือเธอจะเริ่มคุยเรื่องต่างๆ จนกระทั่งสั่งแอ็คชั่นอีกครั้งเธอถึงจะหยุด และพอสั่งคัทอีกเธอก็สามารถกลับมาคุยต่อได้ในเรื่องเดิมได้อีกต่างหาก มหัศจรรย์หญิงไทยจริงๆ

          มาถึงชะนีที่เรียกว่าจัดจ้านที่สุด คือชะนี ” ป๋อม” จริงๆกาละแมร์เคยได้มีโอกาสร่วมงานกับพี่สินแบบฉาบฉวยบ้าง หวุดหวิดจะได้ร่วมงานกันแบบเต็มๆมาตลอด แต่ก็ติดที่คิวฮ็อตอันยาวเหยียดของสาวผู้นี้ แต่งวดนี้ผู้กำกับสินมั่นใจเต็มเหนี่ยว เพราะมีหมัดเด็ดที่จะทำให้เธออยากเล่นซะจนปฏิเสธไม่ได้มานำเสนอ และแล้วเธอก็ปฏิเสธงานชิ้นเอก ชิ้นโบว์แดงนี้ไม่ได้จริงๆซะด้วย เธอมากองถ่ายทุกวันด้วยความเต็มร้อยมาก เป็นเพราะเธอรักตัวละครตัวนี้มาก หรือไม่ก็อาจเป็นอย่างที่เค้าเม้าท์กันว่าติดผู้ชายในกองก็เป็นได้ (หรือว่าเธอจะติดใจพี่สินเข้าให้แล้ว) หลายๆคนพอได้มาเจอกับเธอจริงๆแล้วค่อนข้างแตกต่างจากสิ่งที่เราเห็นในจอ อย่างถ้าอยู่ในกองถ้าไม่มีอะไร เธอจะเป็นคนค่อนข้างเงียบด้วยซ้ำ เหมือนกับมีอะไรครุ่นคิดอยู่ในหัวตลอดเวลา คือจะไม่ใช่แนวมานั่งคุย เจ๊าะแจ๊ะ แต่พอถึงเวลาเข้าฉากปุ๊บ มันเหมือนมีสวิตช์อะไรบางอย่าง คือพอเจอไฟ เจอกล้อง สวิตช์ในตัวเธอก็เปิดออก ความสดใส ความจัดจ้าน รสจัดในตัวเธอ มันจะสลัดสะบัดออกมาเต็มที่ไปหมด

          สำหรับ ” นิน่า” ชะนี” แพท” เป็นบทที่ค่อนข้างมีอะไรหลายอย่างขัดแย้งในตัวเธอเองมาก ซึ่งตัวจริงเธอก็เป็นอย่างนั้น พอได้เจอตัวเป็นๆ บางครั้งตกใจเหมือนกัน เพราะจากที่ดูทางทีวีมานาน เราก็จะเห็นเธอค่อนข้างฝรั่งจ๋า พูดจา ท่าทางกระฉับกระเฉง สมาร์ทตลอดเวลา แต่เวลาเจอกันนอกงาน เธอจะเป็นคนที่ง่ายมาก มาในกองก็ไม่แต่งหน้า เพราะรู้ว่าต้องมาแต่งที่กอง ไม่ได้แคร์การแต่งตัวว่าคนจะมองอย่างไร จนบางครั้งบางทีเหมือนเด็กในทีมงานยังไงยังงั้น แต่ทุกครั้งที่เธอเข้ากล้อง ตัวละครตัวนั้นมันจะเปล่งประกายออกมา อาจด้วยดีกรีที่จบด้านการแสดงจากเมืองนอกเมืองนา มันคงฝังเข้าไปในสายเลือดเธอแล้ว ทำให้หลายๆครั้งตอนเข้าฉากรวมกันหลายคน ผู้กำกับเป็นชอบเผลอมองเธอทุกที

          ว่าแล้วก็เรื่อยมาถึง ” ปุ้ย” รับบท” เจ๊ฝ้าย” ด้วยความที่ปุ้ยผ่านโลกมาเยอะ ดังนั้นเป็นการง่ายมากในการพูดคุยเรื่องต่างๆเกี่ยวกับตัวบท เธอจะไม่ค่อยมีปัญหาหรือความไม่เข้าใจอะไร คือประมาณว่าคุยปร๊าดเดียวก็รู้เพราะผ่านชีวิตมาพอๆกัน แต่ที่น่าห่วงมากที่สุด ไม่ใช่ผู้กำกับที่ห่วง แต่เป็นตัวเธอเองต่างหากที่ห่วงแสนห่วง คือห่วงว่าตัวเองจะไม่สวยในจอ จึงต้องเติมหน้า โบ๊ะแป้ง กรีดตาเพิ่มทุกครั้งก่อนเข้าฉาก จนบางทีผู้กำกับต้องบอกให้เพลาๆหน่อย เพราะบางฉากมันไม่ต้องการการแต่งหน้าเยอะ แต่ก็เข้าใจได้ เพราะเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนต้องห่วงใย ซึ่งเป็นสิ่งที่ให้อำขำกันในกอง พอสนุกปากได้

          มาถึงชะนีสุดท้าย ชะนี ” นิ่ม” ที่ได้ “ ปอ อรปรียา” มาเล่น จากการที่เห็นเธออยู่หน้าจอ คู่กับคุณสรยุทธ มาตลอด 3 ปีเต็ม ทำให้เห็นมุมอะไรบางอย่าง เป็นความอารมณ์ขัน หรือเรียกว่าน่าจะเป็นนักแสดงที่จับมุขตลกได้ดี และเป็นอีกคนที่พี่สินทึ่งสุดๆ เพราะทุกครั้งที่เธอมาถึงกองถ่าย จะมาด้วยอารมณ์สดชื่น และมีพลังอยู่ตลอด เรียกว่า ณ ตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้ากอง จนถึงวินาทีสุดท้ายที่กลับ แบตเตอรี่เธอจะเต็มเปี่ยมอยู่ตลอดเวลา ทำให้ดีกรีหรืออารมณ์ที่ต้องแสดงออกมามันเต็มร้อยมากๆ

          พูดถึงชะนีทั้ง 5 ครบไปแล้ว ถ้าไม่พูดถึงแอบทั้ง 5 ก็กระไรอยู่ งานนี้เรียกง่ายๆว่า คนอื่นอย่า “ สิน” ขอเม้าท์เอง เริ่มจาก” ต้อม เธียรชัย” ผู้ต้องสงสัยว่าแอบ เล่นบท “ ก้อง” ชายในฝันของชะนีทั้งหลาย ผู้มีรสนิยมดีในทุกลีลา และอุทิศเวลาครึ่งชีวิตไปกับการช้อปปิ้ง ต้อมเป็นคนที่พี่สินวางภาพเป็นตุ๊กตาสำหรับบทนี้ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว หลังจากไม่ได้เจอกันมาประมาณครึ่งปี ตั้งแต่เรื่อง “ แจ๋ว” พอมาเจอกันอีกที ต้อมก็มีการเติบโตทั้งวัยวุฒิ รูปร่างหน้าตา หลายๆอย่าง และรู้สึกเตะตากับบุคลิกอันใหม่นี้มาก และที่สำคัญ “ ต้อม” ก็สามารถเป็น” ก้อง” ได้อย่างสมบูรณ์แบบอย่างที่ต้องการจริงๆ

          ผู้ต้องสงสัยแอบที่ 2 คือ “ เด ดาวิเด โดริโก้” รับบท “ ออฟ” ช่างภาพเด็กแนวหนึ่งเดียวประจำนิตยสารผู้หญิงหัวไทย ผู้มีพรสวรรค์ทางฝีปากจัดจ้านไม่แพ้ชะนีทั่วไป การคัดเลือกบทนี้ เริ่มจากการเริ่มหาหญ้าอ่อน เราต้องหาความเป็นหญ้าอ่อนที่น่าเคี้ยว ความเป็นหญ้าอ่อนที่เหมาะกับโคแก่อย่าง “ แมร์” แล้วตัวเลือก “ เด” ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่น่าสนใจ คือเป็นตัวแทนของวัยรุ่น เป็นทั้งดีเจและพิธีกร คือเราจะได้ความสดของการเป็นหญ้าอ่อนแบบธรรมชาติจริงๆ

          มาถึงคุณ ” เป๊ะ กนิษฐ์ สารสิน” ที่กลายเป็นผู้ต้องสงสัยแอบรายที่ 3 สำหรับคนนี้ บริษัทจีทีเอช ได้จีบมาหลายงานมากแล้ว ก็เพิ่งมาสำเร็จเรื่องนี้ เพราะพี่เป๊ะมีเวลาให้ เป็นเวลาที่ตรงกันพอดี บทที่รับ คือ” พี่โจ้” หนุ่มเวิร์คกาฮอลิคประจำออฟฟิศตัวจริง ขยันตั้งใจทำงาน จนลืมสนใจสาวจอนูน จอแบนรอบข้างที่วนเวียนมาห้อมล้อม แล้วอีกอย่างเรื่องนี้พี่เป๊ะ แทบจะไม่ต้องพูดเลย ซึ่งพี่เป๊ะอาจชอบเพราะเป็นงานเดียวที่ทำให้พี่เค้ารู้สึกว่าได้พักผ่อนลิ้นไก่อย่างเต็มที่ ซึ่งกลายเป็นต้องใช้ความสามารถทางสีหน้า ท่าทาง สายตา และ การมองแทน แล้วพี่เป๊ะก็ทำได้ดีมาก ก็กลัวแต่แฟนๆรายการพี่เป๊ะมาเห็นในหนัง แล้วจะรู้สึกอึดอัดแทนมากกว่า

          เหลือผู้ต้องสงสัยแอบ อีก 2คน หนึ่งในนั้นคือ พี่ ” เป็ด มนต์ชีพ ศิวะสินางกูร” รับบท” เฮียเพ้ง” พ่อบ้านหน้าตี๋ ใจดี๊ใจดี ผู้มุ่งมั่นจะเป็นพ่อบ้านในฝันตามแบบโฆษณาทีวี จึงไม่เคยลืมแวะซื้อไก่ย่างห้าดาวมาฝากลูกเมียทุกครั้งหลังเลิกงาน บทนี้เราอยากได้ผู้ชายที่เซื่องๆหน่อย เงียบๆ ขรึมๆนิดนึง พอดีว่าช่วงตอนที่หาคนเล่นบทนี้นั้น เป็นช่วงที่พี่เป็ด มนชีพ เป็นกรรมการใน AF จะเห็นว่าบุคลิกของพี่เป็ดเมื่อดูจากหน้าตาแล้ว ไม่น่าจะเป็นคนที่มีมุขหรือเวลาวิจารณ์อะไรจะวิจารณ์ได้ปากจัดขนาดนี้ ทำให้สิ่งที่ปิ๊งขึ้นมาคือรูปลักษณ์ที่เห็นนั้น น่าจะเป็นแบบเงียบๆ เรียบร้อยๆมากกว่า เลยรู้สึกอยากให้พี่เป็ดมารับบทนี้ดู และพอได้เห็นแล้วพูดได้เต็มปากเลยว่า พี่เป็ดมีความสามารถทางการแสดงเหลือร้ายจริงๆ แสดงอาการกลัวเมียได้อย่างมืออาชีพจริงๆ

          มาถึงคนสุดท้าย “ ยาโน คาซูกิ” รับบท” เคนจัง” หนุ่มชาวอาทิตย์อุทัยวัยผมเหลือน้อย แสนสุขุม ใจเย็น ค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ไล่ตามจังหวะเทคโนแดนซ์ของแฟนสาวไม่ค่อยทัน บทนี้ยังไงยังไงก็ต้องเป็นคุณยาโน เพราะทั้งวัย การใช้ภาษา และความสามารถพิเศษที่เหมาะเจาะ เนื่องจากการสื่อสารในเรื่องต้องใช้ภาษามือ ดังนั้นความสามารถพิเศษที่มีคือเป็นนักแสดงละครใบ้ของคุณยาโน จึงสามารถสร้างสีสันให้กับหลายๆฉากในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

          อ่อ...ยัง...ยังไม่หมด จะลืมคนสำคัญ คนนี้ไปไม่ได้เลย “ ไมเคิ้ล เชาวนาศัย” รับบท “ พี่บี” เพื่อนสาวที่คอยเป็นที่ปรึกษา เป็นที่พึ่งพิงของเหล่าแก๊งชะนี เป็นเจ้าแห่งทฤษฏีต่างๆในการดูแอบ ซึ่งข้อมูลและทฤษฏีต่างๆบางอย่างที่มีในหนังนั้น ก็ได้มาจากพี่ไมเคิ้ลเองด้วย จึงทำให้สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีสีสัน แล้วก็ดูน่าเชื่อจริงๆว่า“ พี่บี” คนนี้สามารถเป็นที่พึ่งพาของเหล่าบรรดาสาวๆได้โดยแท้

          เรียกว่านักแสดงแต่ละคนก็คัดกันมาอย่างดี แต่ที่จะขาดไม่ได้เพราะถือว่าเป็นผู้ปลุกปั้น เป็นผู้แนะทางสว่างให้กับนักแสงได้เข้าถึงบทบาทนั้นๆได้อย่างถ่องแท้ คือ “ ครูแอ๋ว อรชุมา ยุทธวงศ์” ที่มาเป็นคนสอนการแสดง เป็นคนเวิร์คช็อพนักแสดงก่อนการถ่ายทำ ทำให้นักแสดงทุกคนเล่นออกมาได้อย่างธรรมชาติ เนียนเหมือนเขาและเธอเป็นคนๆนั้นจริงๆ (ต้องขอปรบมือให้จริงๆ)

          สรุปรวมความแล้วอยากจะบอกว่า “ แก๊งชะนีกับอีแอบ” เป็นการทำที่เกิดขึ้นจากความรักในตัวผู้คน การอยู่ร่วมกันอยางมีความสุขในสังคม ที่สำคัญคือสังคมครอบครัว การจริงใจและการซื่อสัตย์ต่อตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เราจะพบว่าถ้าเราสามารถสร้างความรักที่มีต่อกันแล้ว ก็จะทำให้ทุกอย่างสวยงาม และถึงแม้ว่าหีบห่อของเรื่องนี้จะเต็มไปด้วยความหวือหวา ความขบขันเฮฮา แต่จริงๆเนื้อแท้ลึกๆแล้ว ก็แค่มุ่งหวังว่าจะให้ความรู้สึกที่ดีสำหรับการเป็นคนๆนึงในสังคม นี่คือจุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้จริงๆ

 

 

 

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: ancha999 at gmail.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.