สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture

หน้าแรก
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
รายชื่อหนังเก่า
 
 
 
 

   

เอกชัย เอื้อครองธรรม กับความงามแห่งกามารมณ์ ใน Pleasure Factory

  อีญชลี ชัยวรพร
  23 เมษายน 2550
  Pleasure Factory ของเอกชัยได้ไปเมืองคานส์
   
 

จากพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งสิงคโปร์ ( Singapore Art Museum ) เราเดินมุ่งไปยังถนนวอเตอร์ลู เมื่อถึงทางแยก เราเลี้ยวขวา ก้าวต่อไปอีกหนึ่งร้อยเมตร มองหาบ้านเลขคู่ ….. เห็นอยู่ฝั่งซ้ายมือของฟากถนน

เราเดินมาถึงบ้านเลขที่ 42 หน้าบ้านติดป้ายไว้ว่า Action Theatre



สถานที่แห่งนั้นมี ลักษณะเหมือนบ้าน มีสวนหย่อมและต้นไม้สองสามต้นอยู่ซ้ายมือ ขวามือมีตึกใหญ่ตั้งตระหง่าน ข้างล่างดัดแปลงเป็นร้านอาหารไทยแบบหรู ๆ ชื่อว่า Le Pont de Vie ส่วนชั้นบนเป็นโรงละครขนาดเล็ก จุได้ประมาณร้อยที่นั่น

“ มาหาเอกชัยค่ะ ” เรากล่าวไปเมื่อเจ้าหน้าที่สาวนางหนึ่งมองมาที่เรา

เธอชี้ให้เดินไปตึกหลัง  เราผ่านเวทีเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนกับใช้ซ้อมละครมากกว่า เราเห็นเจ้าหน้าที่มองลงมาจากชั้นบน เราแจ้งกับสาวคนใหม่ด้วยประโยคเดิม

หนนี้เสียงดังพอที่จะทำให้บุคคลที่เราถามหา เดินออกมาจากชั้น 2 ของอาคารเอง

“ สวัสดีครับ ”

ถูกแล้วค่ะ เขาคือ เอกชัย เอื้อครองธรรม … เจ้าของผลงาน Beautiful Boxer และ Pleasure Factory ผลงานนานาชาติล่าสุดที่ได้รับการคัดเลือกไปเทศกาลหนังเมืองคานส์ครบรอบแซยิดปีนี้

เราขอเข้าพบกับคุณเอกชัยเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ที่โรงละคร Action Theatre ซึ่งเอกชัยก่อตั้งขึ้นด้วยฝีมือของตนเองตั้งแต่ปี 1987 ที่นี่มีทั้งโรงละครขนาดเล็ก เวทีซ้อมละคร เปิดคอร์สอบรมละครต่าง ๆ

อันที่จริงแล้ว เจตนาดั้งเดิมที่ไปพบกับเอกชัย เป็นงานอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเว็บ แต่หลังจากที่ได้พูดคุยกันแล้ว เราก็อดไม่ได้ที่จะต้องหยิบปากกาขึ้นมาบันทึก เพราะสิ่งที่เขาพูดถึงงานของเขานั้น มันเต็มไปด้วยมุมมองที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

เราเก็บสกู๊ปพิเศษชิ้นนี้ไว้นานเดือนกว่า ด้วยเหตุผลอันเป็นที่ตกลงร่วมกับผู้กำกับ … รอเวลาที่หนังจะได้รับการประกาศจากเทศกาลหนังแห่งใดแห่งหนึ่งก่อน … จนเมื่อมีการประกาศเมื่อคืนวันพฤหัสที่ 19 ที่ผ่านมา เราคิดว่า คงจะไม่มีเวลาใดที่จะเหมาะสมเท่าตอนนี้้อีกต่อไปแล้ว

 


เอกชัย เอื้อครองธรรม เริ่มถ่าย Pleasure Factory โดยใช้ระบบกล้องดิจิตัล ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ณ ย่านเกลาง ย่านโคมแดงที่สิงคโปร์ ก่อนที่จะถ่ายเสร็จช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา หนังมีวี่แววที่จะได้ไปคานส์ตั้งแต่ตอนนั้น เมื่อคริสเตียน เฌิน โปรแกรมเมอร์ของคานส์ได้ติดต่อขอไปดูกองถ่าย  และเมื่อข่าวหนังเรื่องนี้ได้เผยแพร่ในสื่อต่างประเทศเมื่อต้นปีนี้ เทศกาลหนังยักษ์ใหญ่หลายแห่งเริ่มรุมตอมขอดูเทปหนังเรื่องนี้

ต่อไปนี้ คือ คำบอกเล่าของผู้กำกับเอกชัย ถึงเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ และชีวิตการทำงานที่โยกย้ายไปสิงคโปร์ของเขา

 

ทำไมถึงมาตั้งรกรากที่สิงคโปร์
ก็ไม่ได้มาตั้งรกรากซะที่นี่เลยทีเดียวครับ กลับไปกลับมา คือ ตอนนี้ผมมีบริษัทละครเวทีอยู่ที่นี่

  

ทำหนังกับละคร อันไหนสนุกกว่ากันคะ
ละครมันมีพลัง มีความสด ละครมันสดกว่า หนังมันเป็นบทกวีภาพ (visual poetry) มีตัวละครบางตัว ที่เราเอาสิ่งที่เราคิดมาสร้าง ให้มันเป็นเรื่องเล่า เป็น narrative เป็นรูปแบบอะไรก็ได้

 

ชีวิตมาเริ่มที่สิงคโปร์ได้อย่างไร
คือ ผมได้ทุนมาเรียนที่นี่ มาเรียนบริหารธุรกิจ เรียนเสร็จ ก็จะแอบไปโรงละคร ไปทำละครอยู่เสมอ พอเรียนจบ ก็ไปทำงานที่บริษัทเบอร์ลี่ยุคเกอร์ สาขาสิงคโปร์ ก็ยังแอบไปโรงละครเหมือนเดิม จนตอนหลังก็ได้มาทำละครเพลงเรื่อง แฝดอิน- จัน ซึ่งแรก ๆ ก่อนที่มันจะฮิต ก็มีคนไม่ชอบนะครับ (ละครเพลงแฝดอิน – จัน มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า Chang & Eng ได้ชื่อว่าเป็นละครเวทีที่เล่นนานที่สุดในสิงคโปร์ และไปเปิดการแสดงที่ประเทศจีนด้วย)

หนัง Pleasure Factory ก็เริ่มจากตอนที่ผมเป็นพนักงานที่เบอร์ลี่ยุคเกอร์ คือ ตอนนั้นทางบริษัทเป็นตัวแทนขายกระทิงแดง ผมทำงานตำแหน่ง management trainee ( พนักงานฝึกหัดฝ่ายการจัดการ) มีหน้าที่คอยไปแจกกระทิงแดงที่เกย์ลาง คือ ตอนนั้น อิมเมจของกระทิงแดงมันโลว์ เอาไปแจกโสเภณี แขกที่มาเที่ยวบ้าง แรก ๆ ผมมีความรู้สึกค่อนข้างกลัวนะ แต่พอไปหลายครั้ง ก็เริ่มชิน เริ่มมองสิ่งที่เราเคยมองผิวเผิน เราก็เห็นว่าเกย์ลางเป็นสถานที่มีมิติ มีบางภาพเหมือนคนธรรมดาทั่วไป มีแม่เล้า มีลูกค้า ภาพบางอย่างมันก็ยังเข้ามาในชีวิต ปรกติผมก็ไม่ได้ไป ผมก็ไม่ใช่คนดีมากอะไรหรอกนะครับ

แล้วเริ่มเป็นโครงการหนังได้อย่างไรคะ
ปลายปีก่อน Brian Gothong ซึ่งเป็นศิลปินมัลติมีเดียที่ดังสุด แต่อายุไม่ถึงยี่สิบห้าเลย เขาชวนมาทำ เขามาเล่าเรื่องเพื่อนของเขาที่ไปเที่ยวเกย์ลางให้ฟัง ซึ่งผมก็เคยมีประสบการณ์แถวนั้นอยู่แล้ว

พอดี Vincenzo (Vincenso Bugno เป็นผู้คัดเลือกโปรเจ็คหนังใหม่ Open Doors ให้กับเทศกาลหนังโลคาร์โน่ ซึ่งเน้นการคัดเลือกหนังจากอาเซียนเมื่อปีที่แล้ว) มาสิงคโปร์ และกำลังมองหาโปรเจ็คจากอาเซียนเข้ามาคุยด้วย เขาสนใจ ผมก็เลยส่งไป ได้รับการคัดเลือก จากนั้นก็ได้พัฒนาเป็นหนังในที่สุด

ตัวผมเอง ผมก็สนใจเรื่องมนุษย์ กับความสัมพันธ์ของสถานที่ ผมคิดว่า เกย์ลางมันเหมือนประตูดินของสิงคโปร์ สิงคโปร์เขาปล่อยให้มันเกิด มันเป็นสถานที่เต็มไปด้วยคนหลากหลายเชื้อชาติ คนไทย คนจีน มาเลเซีย อินเดีย ฝรั่ง เกย์ลางมันเป็นศูนย์รวมต่างชาติชองกุลี มันให้บริการเด็กที่เป็นครั้งแรก Sex is not as important as living. But if you don’t have sex, you can’t live. มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เซ็กส์กับร่างกายมนุษย์ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย มันคือสิ่งสวยงาม การให้บริการและเสาะแสวงหาความสุขไม่ใช่เรื่องเลวเช่นกัน

 

เกย์ลาง ย่านแบ็คกราวน์ของเรื่อง


เกย์ลางมันเป็น labyrinth (เขาวงกต) คือ ในหลักของสถาปัตยกรรมนั้น มันมีทั้งส่วนที่เป็น pattern (ส่วนที่เป็นโครงสร้าง เป็นระบบ) และส่วนที่ยุ่งเหยิง (chaos) สิงคโปร์คือ pattern ขณะที่เกย์ลางเป็น chaos มันเป็น เหมือนของคู่กัน

สิงคโปร์เป็นสังคมที่เป็นระบบระเบียบมาก เป็นสังคมที่ไร้มลทิน แต่เกย์ลางเป็นอะไรที่คาดไม่ถึง เกย์ลางเป็นเหมือนจุดด่างดำที่สิงคโปร์แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น แม้ว่าแท้ที่จริงแล้ว มันมีชีวิตอยู่จริง ๆ

นำเสนอภาพด้านหนึ่งของสิงคโปร์ คิดว่าจะมีปัญหากับรัฐบาลไหม
Pleasure Factory เป็นความจริง มันเป็นทั้ง reality และ fiction ถ้าดูหนังเรื่องนี้ทั้งหมด สิงคโปร์น่าจะให้ทำได้นะ

ได้หยางกุ้ยเหมยมาเล่นได้อย่างไรคะ
ผมชอบเขาเล่นทุกเรื่องล่ะครับ ผมรู้จักเธอตั้งแต่ตอนที่ Beautiful Boxer ไปฉายที่ไต้หวัน เขาเชิญผมไป ผมก็บอกกับทางบริษัทจัดจำหน่ายหนังว่า ผมอยากเจอหยางกุ้ยเหมยมาก เธอมาดูหนังของผมไม่ได้ แต่บอกว่ามีเวลาทานน้ำชาได้

เวลาเล่นหนัง เธอดูเครียดมาก แต่ตัวจริงเธอเป็นคนน่ารักมากครับ เป็นคนแฮ็ปปี้ สนุกมาก ผมก็บอกเขาตั้งแต่เจอกันครั้งนั้นว่า อยากเชิญเธอมาร่วมแสดงในหนังด้วย

พอผมจะทำหนังเรื่องนี้ ผมโทรไปปุ๊บ เธอตอบรับทันทีเลยครับ



อนันดาเล่นเป็นใคร
อนันดาเล่นเป็นอาร์ตไดเร็คเตอร์ เป็น expat ชาวต่างประเทศที่มาอยู่ที่นี่ เขาเล่นเป็นคนที่ไปเจอเหตุการณ์บางอย่าง เป็นตัวละครที่นำเราไปสู่สถานที่นั้น

อนันดาพูดภาษาอะไรคะ
อนันดาพูดภาษาอังกฤษครับ หยางกุ้ยเหมยพูดภาษาจีน

แล้วอนันดากับหยางกุ้ยเหมยเล่นเป็นอย่างไรบ้างคะ
หยางกุ้ยเหมยกับอนันดาเฉือนบทบาทกันมาก อนันดาเล่นไป แล้วประทับใจหยางกุ้ยเหมยมาก อย่างหยางกุ้ยเหมยนั้น ผมไม่ได้บอกเธอในเรื่องรายละเอียด บอกแค่ว่าเล่นเป็นตัวอะไร บอกอะไรคร่าว ๆ พอเธอมา แต่งหน้ามาเรียบร้อย ผมบอกเขาว่าหนังไม่ได้เป็นแบบนั้นนะ มันเหมือนจุด entry point เท่านั้น ผมบอกแค่ภูมิหลัง เธอก็บอกว่า “ คุณทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้นะ” แต่เธอก์ยังเล่นได้ดี เธอเยี่ยมจริง ๆ

อนันดาถึงกับร้อง ‘ โอ้โฮ เธอทำได้อย่างไรนี่ ’ เมื่อแสดงหนังกับเธอ เธอทำได้เหมือนเดิม แม้จะเปลี่ยนฉาก แม้จะหยุด เธอทำได้เหมือนเป็นภาพนิ่งเลย

นอกจากนักแสดงนำสองคนนี้แล้ว ก็ยังมีนักแสดงหน้าใหม่อีกหลายคน

(ข้อมูลจากรอยเตอร์ กล่าวไว้ว่า ในการถ่ายทำเรื่องนี้ นักแสดงหลาย ๆ คนจะไม่ได้เจอหน้ากันก่อน เพื่อว่าจะได้รักษาภาพเหมือนจริงของหนังให้มากที่สุด)



มีคนบอกว่าหนังโป๊มากจริงไหมคะ
ใครบอกล่ะ

มีคนที่ได้ดูตัวอย่างจากโลคาร์โน่
รู้แล้วครับใคร (หัวเราะ)

คิดว่าจะฉาย Pleasure Factory ในเมืองไทยหรือเปล่า
ก็ถ้ามีคนซื้อไป ก็ฉายครับ

หนังจะแตกต่างจาก Beautiful Boxer มากไหมคะ
คนที่ดู Beautiful Boxer แล้วมาดูหนังเรื่องนี้ ก็ยังเห็นอะไรในตัวผมอยู่ครับ

เท่าที่ผ่านมา มองการทำหนังของตนเองเป็นอย่างไรบ้างคะ
มีนักข่าวคนหนึ่งเคยถามผมว่า ทำไมผมชอบทำหนังยี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกะเทย เรื่องซ่อง หรือเรื่องความตาย หนังที่ทุกคนเห็นว่ามีเรื่องราวที่น่ายี้ทั้งนั้นเลย ตั้งแต่ Beautiful Boxer น้องตุ้มคนคิดว่ามันยี้ เห็นเป็นกะเทย แต่ผมได้ใส่ความรู้สึกลงไป  ใส่ให้เห็นว่าโลกของกะเทยก็มีอีกด้านหนึ่งที่ต่างกัน ผมสนใจเรื่องราวที่คนเรามักจะมีอคติใส่ อย่างเรื่องกะเทย เรื่องแปลงเพศ คนทั่วไปจะร้องยี้ทั้งนั้น ตัวผมเองก็มีอคติต่อเรื่องต่าง ๆ รอบตัวมากเหมือนกัน แต่ทุกครั้งผมก็จะคิดว่า เราจะขจัดอคติเหล่านี้ได้อย่างไร อย่างเวลาขึ้นรถเมล์ แค่คนตัวเหม็น เราก็มีอคติแล้ว ถ้าคนทำหนัง สามารถกำจัดสิ่งเหล่านี้ได้ ถ้าเรากำจัดมันเสีย ผมคิดว่าเราเอาชนะตัวตนของเราได้แล้ว

Pleasure Factory เป็นหนังยี้เรื่องที่สอง ต่อจาก Beautiful Boxer เป็นเรื่องของสังคมโสเภณีและคนมาเที่ยวหาความสุขทางกามารมณ์ ผมเอามาจาก แหล่งทุกอย่างรอบตัวผม ขณะที่ผมทำเรื่องนี้ ผมไม่รังเกียจอะไรแบบนี้ ผมกลับสนใจความสวยงามที่ถูกฝัง อยู่ในสิ่งที่คนเรียกว่า “ ขยะแขยง ”

ในการทำหนังส่วนใหญ่ มันจะมีอยู่ 2 แบบ คือ รูปแบบและเนื้อหา มี form และ content ในส่วนของเนื้อเรื่อง ของ Pleasure Factory อาจจะเป็นเรื่องขยะแขยง แต่ในส่วนของรูปแบบของหนัง มันจะถูกเสนอออกมาในมิติของความงาม เป็น beauty หนังเรื่องนี้ คนทำหนังกับดารา กับตัวละคร จะสำรวจตัวละครไปพร้อม ๆ กัน ไปด้วยกัน อย่างถ้าตากล้องบอกว่า หนัง out of focus เราก็โอเค หรืออย่างการนำเสนอในแต่ละตอน ตัวละคร 2 ตัวจะบอกไม่เหมือนกัน ตัวละครหนึ่งจะบอกอีกอย่าง อีกตัวก็จะบอกอีกอย่าง

เดี๋ยวเรื่องต่อไป ผมก็จะคิดอีกแบบหนึ่ง รูปแบบจะไม่เหมือนเดิม

เรื่องยี้เรื่องที่สาม จะเป็นเรื่อง The Coffin หรือเปล่า
ไม่ใช่ครับ The Coffin จะเป็นหนังผี เป็นเรื่อง horror หนังมันมีการเคลื่อนไหว มันจะเกี่ยวข้องกับด้านจิตอย่าง psyche มันเกิดหลังจากที่พ่อผมเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสี่ปีก่อน ผมมีปัญหากับความตายมาก ผมคิดว่ามันมีอะไรบางอย่างที่ผมต้องเผชิญหน้า ซึ่งท่านพุทธทาสเอง ก็ได้บอกให้เราสนิทสนมกับความตาย ซึ่งผมเพิ่งจะมาเข้าใจในตอนนี้ ทำให้ผมสามารถจัดลำดับเรื่องราวความสำคัญต่าง ๆในชีวิตของผมได้ อย่างทุกวันนี้ ผมให้ความสำคัญกับแม่มากที่สุด สิบโมงครึ่งทุกวัน ผมรู้ว่าผมจะต้องโทรไปหาแม่ ขับรถไป มีคนเดินตัดหน้า ผมก็ไม่ด่า เพราะมันเป็นเรื่องเล็กนัก เมื่อเปรียบเทียบกับความตาย เดี๋ยวมันก็ผ่านไป

The Coffin จะทำให้มันเป็นหนังมากขึ้น มีการเคลื่อนไปข้างหน้า แล้วก็เป็นโปรเจ็คที่จะทำกับสตูดิโอ

คงต้องทำเรื่องนี้ก่อนหนังยี้เรื่องที่ 3

The Coffin จะทำกับใครคะ
ทำกับที่ฟ้าครับ

เราลาจากคุณเอกชัยในที่สุด หลังจากการพูดคุยกันแล้ว เราสังเกตเห็นได้ว่า เขาเป็นผู้กำกับที่มองโลกในแง่ดี และมุมมองนี้เอง ที่ทำให้เขามองเรื่องที่ใครต่อใครต่างพากันรังเกียจ เป็นสิ่งสวยงาม และความสวยงามนี้แหล่ะที่ได้รับการประทับตราการันตีจากคานส์ในที่สุด Pleasure Factory ได้รับการคัดเลือกไปฉายโชว์ที่เมืองคานส์ใน สาย Un Certain Regard แม้จะไม่ได้มีการประกวดอย่างเป็นทางการ แต่หนังมีสิทธิ์ที่จะได้รับการพิจารณารางวัลเล็ก ๆ อีกมากมาย ก่อนที่หนังจะ ออกฉายในสิงคโปร์ช่วงครึ่งปีหลังนี้ ส่วนเมืองไทย ก็ต้องแล้วแต่สถานการณ์ในอนาคต

 

 

 

 

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. All Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.