DAY 11 ประกาศผลสาย Un Certain Regard
ปีนี้ ตัดสินใจอยู่เทศกาลจนจบงานเลย ซึ่งดูเหมือนว่าครั้งล่าสุดที่่อยู่จนจบ น่าจะเป็นปี 1997 หลังจากนั้นก็มักจะกลับก่อน โดยเฉพาะสามปีหลังที่เจอปัญหา หัวหน้าแผนกวีซ่าสถานทูตอิตาลีกลั่นแกล้ง กำหนดวันให้อยู่ได้ไม่เกิน 1 เดือน (ปรกติดิฉันจะมาเทศกาลหนังอูดิเน่ แล้วต่อมาที่ฝรั่งเศสเลย ก็เลยไปขอวีซ่าเข้ายุโรปจากอิตาลี แต่ก็ถูกดูถูกมาตลอด ปีนี้ก็เลยมาขอสถานทูตฝรั่งเศสแทน ปรากฎว่าเขาดีมาก ให้วีซ่าเป็นปีเลย แต่ละครั้งอยู่ได้นานถึงสามเดือน
คานส์พอถึงวันที่ 11 ก็แทบไม่มีอะไรเท่าไร มีแต่ชาวคานส์กับคนเมืองใกล้ ๆ ที่พาลูกหลานมาเดินเล่น ทั่วท้องถนนก็เลยมีแต่คน แต่ไม่ใช่คนของเทศกาล
ดิฉันไปดูหนังประกวดเรื่องสุดท้าย เสร็จแล้วก็มานั่งทำงาน ความจริงเขาก็มีฉายหนังต่ออีกนิดนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นการฉายหนังที่ได้รางวัลในสายต่าง ๆ เช่่น หนังชนะรางวัล Directors' Fortnight หรือหนังเก็บตกจากวันก่อน ๆ
เดิมทีดิฉันก็ว่าจะไปดูหนังรางวัลเหล่านั้นนะ แต่เพื่อนสาวชาวอินโด Rini บอกว่าไม่ดูหนังแล้ว รินี่ปีนี้ท้องแก่ 7 เดือน แต่ก็ยังมาคานส์อีก อิฉันมันก็เพื่อนมากลากไป เพื่อนไม่ดู เราก็ไม่ดูเหมือนกัน
เย็นวันนั้น เขาประกาศรางวัลหนังในสาย Un Certain Regard ซึ่ง นางไม้ ของเราเข้าประกวดด้วย แต่ไม่ได้ติดโผ
DAY 8 ตารันติโน่ แบรด พิทท์ เหลือแค่นี้ และวันผีหลอก
วันนี้เป็นวันที่ฉันตั้งมั่นอย่างเต็มที่ ว่าจะเข้าห้องแถลงข่าวให้ได้ เพื่อขอลายเซ็นตารันติโน่ กับ แบรด พิทท์ ผลปรากฎว่า แรงดังของสองคนนี้ ทำเอา "บัตรสีชมพูก็เถิด" ก็ถูกปฏิเสธ
เมื่อหนัง Inglorious Bastards จบ ฉันก็รีบตรงดิ่งไปห้องแถลงข่าวทันที แล้วก็แปลกใจมากที่เห็นคนมุงกันเต็มเลย แถมเขายังไม่ให้พวกพลพรรคสีชมพูเข้า แต่ให้พวกสีที่เหนือกว่าเข้าแทน
สำหรับท่านผู้อ่านอาจจะงง ๆ นิด ๆ ดิฉันขออธิบายเรื่องสีบัตรของสื่อที่เมืองคานส์ให้ฟังนะคะ บัตรสื่อที่นี่มีทั้งหมด 5 อันดับ คือ สีขาว จะดีที่สุด ซึ่งเท่าที่ผ่านมา เห็นคนที่ได้ ก็คือ ประธาน fipresci ซึ่งเป็นคนอังกฤษ และเขียนลงหนังสือพิมพ์รายวัน The Evening Standard ที่อังกฤษ
บัตรรองลงมา คือ บัตรสีชมพูแบบที่ฉันได้ พร้อมมีดาวสีเหลือง คนที่เห็นว่าเคยได้ ก็คือ นักวิจารณ์ของ Cahiers du Cinema และคุณเชิด ทรงศรี อ้าว จริง ๆ นะคะ ตอนที่คุณเชิดมา เธอขอมาในฐานะผู้สื่อข่าว เพราะเข้าง่ายดี ตอนนั้นคุณเชิด มาในนามของ ไทยรัฐ และเพราะยอดเป็นอันดับหนึ่ง ที่นี่ก็เลยให้สีชมพูติดดาวสีเหลืองทันที
ลำดับที่ 3 คือ สีชมพู ซึ่งปรกติจะให้กับหนังสือพิมพ์รายวัน แต่ทุกวันนี้เขาให้กับเว็บไซต์ที่ขยันรายงานแบบอิฉันด้วย เพราะรายงานมันทุกวัน กลัวตกอันดับ ปีหน้าไม่ให้เป็นพลพรรคสีชมพู ขณะเดียวกัน พวกหนังสือพิมพ์รายวันที่ขี้เกียจ ก็อาจจะถูกลดอันดับได้
อันดับที่ 4 ก็คือ บัตรสีฟ้า ซึ่งจะให้กับหนังสือพิมพ์รายวันที่ขี้เกียจ ฮิ ฮิ แต่โดยปรกติ เขาจะให้กับพวกสื่อเฉพาะทางด้านหนัง อย่างที่เราเคยได้
อันดับสุดท้าย คือ บัตรสีเหลือง เป็นพวกแม็กกาซีนที่ไม่เกี่วกับหนัง เช่น พวกหนังสือผู้หญิง เป็นต้น หรือเว็บไซต์ไม่ขยัน
ถ้าได้บัตรสีชมพูก็โอเคแล้วค่ะ ไม่ต้องไปเข้าแถวล่วงหน้ากันมากนัก ส่วนพวกที่น่าสงสารที่สุด คือ บัตรสีเหลือง แทบจะเข้าไปดูอะไรไม่ได้เลย
กลับมาที่งานแถลงข่าวหนังพี่เควนตินเขา ดิฉันก็พยายามเตร็ดเตร่อยู่หน้าห้อง ถ่ายรูปก็ยังดี พอมาถึง พวกฝรั่งมันก็เรียกชื่อกันใหญ่ "เควนติน เควนติน" บ้าง พอ "แบรด พิทท์"มา ก็ "แบรด แบรด"กันใหญ่
อ่ะ มาเจอสองคนนี้ที่หน้าห้องนี้ก็ดี เพราะเห็นว่า เขาน่ารักนะ เขาหยุดอยู่สักครู่ แล้วก็โบกมือให้กันใหญ่ โอ้ โอ้ เริ่มเปลี่ยนทัศนคติกับ แบรด พิทท์ แล้ว ปีก่อน ๆ เห็นหยิ่งชะมัด สงสัยได้ลูกเยอะ ก็เลยเปลี่ยนใจ
ดิฉันกดชัตเตอร์ใหญ่ แต่มันได้มาแค่นี้เอง

พอไม่รู้จะทำอะไร ก็เลยไปดู "นางไม้" มันซะเลย ปรากฎว่า อิฉันได้ดูหนังสองรอบไปแล้วนะคะ เห็น "ชลิดา เอื้อบำรุงจิต" โผล่เข้ามาแว่บหนึ่งในหนัง
วันนี้ช่างเป็นวันผีหลอกจริง ๆ เพราะนอกจากจะดูหนังชื่อเหมือนผีอย่าง "นางไม้" สองรอบ ก็ไปดูหนัง Drag to Hell ของ Sam Raimi ที่ได้คัดเลือกเข้าฉายในสายพิเศษ
โอ้ โฮ พี่แกยังเจ๋งในเรื่องนี้ หนังผีของแกเล่นเอากินข้าวไม่ลงหลังจากนั้น (แต่ไปกินแซนวิชแทน ฮิ ฮิ)
ดิฉันดูหนังของพี่ Michael Haneke ต่อ ไม่รู้ว่าเพราะดูหนังเยอะเกินไปหรือเปล่า แถมถูกผีหลอกอีก พอดูหนังของฮันเนเก้ ทำเอาดิฉันมึนไปเลย
แถมตอนหลังยังมาดู การเปิดหนัง "นางไม้" อีก ทำเอาคืนนั้น อิฉัน Nightmare on the Elm Street |